posttoday
HAWKER CENTER การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในสิงคโปร์

HAWKER CENTER การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยในสิงคโปร์

05 ธันวาคม 2561

โดย ... มรกตวงศ์ ภูมิพลับ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

โดย ... มรกตวงศ์ ภูมิพลับ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาพทางเท้าในสิงคโปร์ที่เรียบและสะดวกสบาย ไม่มีรถเข็นขายของทุกวันนี้นั้นไม่ได้จู่ๆ ก็เกิดขึ้น หากเกิดจากความพยายามจัดระเบียบของรัฐบาล ควบคู่ไปกับโครงการพัฒนาอื่น เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ แฟลตที่อยู่อาศัยที่สนับสนุนโดยรัฐบาล (Housing Development Board-HDB)

ย้อนไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 หาบเร่ รถเข็น ปรากฏทั่วไปในสิงคโปร์เช่นเดียวกับที่อื่นในเอเชีย ผู้คนหลากเชื้อชาติในเมืองท่าแห่งนี้ค้าขายทุกอย่างตั้งแต่อาหารปรุงสำเร็จ เครื่องดื่ม ผัก ผลไม้สดไปจนของจิปาถะ ภาพแม่ค้าใช้ถาดเทินของไว้บนศีรษะ การขนสินค้าด้วยจักรยาน สามล้อถีบ พ่อค้าแม่ค้าเคาะไม้ ร้องเป็นจังหวะเพื่อขายของกลายเป็นเอกลักษณ์ของสังคมสิงคโปร์ กลุ่มลูกค้าหลักของสินค้าราคาถูกเช่นนี้คือคนชั้นล่าง แรงงานและผู้อพยพ ในทศวรรษที่ 1930 เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ (ที่จะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2) ก็ยิ่งทำให้คนมาทำอาชีพหาบเร่แผงลอยจำนวนมาก กระทั่งเด็กก็ต้องมาประกอบอาชีพเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว

ในทศวรรษที่ 1930 สิงคโปร์มีหาบเร่แผงลอยถึง 10,000 แผง ลงทะเบียน 6,000 แผงผิดกฎหมาย 4,000 แผง ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มที่ประกอบการโดยชาวจีน มาเลย์และอินเดียเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด แต่ละร้านจะพัฒนาสูตรอาหารของตนเอง ในหมู่พ่อค้าจีนก็แบ่งเป็นพ่อค้าที่ขายสินค้าเฉพาะสำหรับคนฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว และกวางตุ้งแต่สินค้าอื่นทั้งของสด ของแห้ง เสื้อผ้า รองเท้าก็มีอยู่ทั่วไป อังกฤษเจ้าอาณานิคมอนุญาตหาบเร่แผงลอยเนื่องจากก็ไม่สามารถหาพื้นที่ทดแทนได้ อีกทั้งร้านแบบนี้ตอบสนองความต้องการของคนทำงานในย่านธุรกิจ

ลักษณะแบบนี้ยังปรากฏ เรื่อยมาจนกระทั่งทศวรรษที่ 1960 รัฐบาลสิงคโปร์พยายามหาแนวทางในการจัดระเบียบกลุ่มผู้ค้าหายเร่แผงลอย จนทศวรรษที่ 1980 รัฐบาลสิงคโปร์ภายใต้การนำของลีกวนยูก็เริ่มเข้ามาจัดระเบียบ ออกกฎหมาย โดยหาพื้นที่ค้าขายทดแทนให้เป็นการถาวร พร้อมกับการวางผังเมือง สร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกให้ประชาชน โดยชุมชนที่มีแฟลต HDB จะมีร้านขายของชำ และมี Hawker Center ที่ขายของซึ่งรองรับพ่อค้าแม่ค้าที่เดิมเดินหาบเร่ไม่เป็นที่โดยมีลักษณะคล้ายกับฟาสต์ฟู้ดที่จัดเป็นสัดส่วนในชุมชนต่าง ๆ ในช่วงแรกรัฐบาลมีปัญหากับพ่อค้าแม่ขายเพราะต้องเปลี่ยนทำเลค้าขายซึ่งกระทบกับรายได้ แต่รัฐบาลก็เดินหน้ากระจายร้านเหล่านี้ไปไว้กับชุมชนต่าง ๆ ที่มีการสร้างขึ้นใหม่

ไม่เพียงแต่ Hawker Center ที่เป็นแหล่งรวมอาหารและเครื่องดื่ม ในสิงคโปร์ก็มีศูนย์อาหาร (food court) ที่อยู่ในห้างและติดแอร์ ซึ่งต่างจาก Hawker Center ที่ไม่ติดแอร์ แน่นอนว่าราคาอาหารในศูนย์อาหารย่อมสูงกว่า

สิงคโปร์ตั้ง The Hawker Centers Upgrading Programme (HUP) เพื่อดูแลพัฒนารูปแบบ Hawker Center ตั้งแต่การวางมาตรฐานโต๊ะ เก้าอี้ ท่อน้ำ ห้องน้ำ ยังมีหน่วยงานที่ดูแลความสะอาดร้านอาหารโดยจะให้เกรดทุกปีตั้งแต่ A ถึง D (A คือคะแนนมากกว่า 85% B ระหว่าง 70-84% C ระหว่าง 50-69% และ D ระหว่าง 40-49%) เพื่อกระตุ้นให้ปรับปรุงคุณภาพอยู่เสมอ ปัจจุบันร้านอาหารส่วนมากจะอยู่ในระดับ A และ B สิงคโปร์ยังโฆษณาให้นักท่องเที่ยวไปรับประทานอาหารใน Hawker Center เพราะนี่คือสถานที่ที่สะท้อนวัฒนธรรมการกินของสิงคโปร์ จนทำให้ Hawker Center เป็นที่เลืองชื่อสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องไปลิ้มลองอาหารพื้นถิ่นเหล่านี้

การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยของสิงคโปร์จึงไม่คิดแค่ “ห้ามขายบนทางเท้า” แล้วจบ หากยังมี “ทางออก” คือหาพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสมและมีแผนจัดการในระยะยาวทั้งระบบเพื่อประโยชน์ร่วมกันทั้งของผู้ค้า ผู้บริโภค การใช้พื้นที่สาธารณะอีกด้วย ถึงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม

ภาพ: Hawker Center ในสิงคโปร์

เครดิตภาพ: สุเจน กรรพฤทธิ์

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่