น้ำมันปาล์มอาเซียนกับญี่ปุ่น(1)
โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โดย...รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผมเขียนบทความนี้ที่โรงแรม Nikko Osaka ในเมืองโอซากา ประเทศญี่ปุ่น เพราะระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-3 ส.ค. 2561 ผมได้เดินทางกับผู้แทนสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เพื่อมาเก็บข้อมูลอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมัน ได้แก่ บริษัท Fuji Oil Holding บริษัท Ueda Oils and Fat Mfg บริษัท Kao Group Osaka Branch บริษัท Ajinomoto Healthy Supply และ Life Cooperation ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ในจังหวัดโอซากา
โอซากาเป็นหนึ่งใน 47 จังหวัดของญี่ปุ่นในภูมิภาคคันไซ (ญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 8 ภูมิภาค) ตั้งอยู่ตอนกลางทางตะวันตกของเกาะฮอนชู จังหวัด โอซากาเป็นศูนย์กลางที่มีความทันสมัย ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารท้องถิ่น มีเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงเก่าอย่างเกียวโต ก่อนอื่นต้องดูตัวเลขการนำเข้าน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ว่า ญี่ปุ่นนำเข้ามาจากที่ไหนบ้าง
ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันปาล์ม 3 ประเภท คือ น้ำมันปาล์ม (Palm Oil) น้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil) และน้ำมันจากเมล็ดในปาล์ม (Palm Kernel Oil) โดยทั้ง 3 ประเภทเป็นการนำเข้าจากประเทศอาเซียน 100% คือจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ปี 2560 มีการนำเข้ามาจากมาเลเซียสัดส่วน 70% และร้อยละ 29.9 มาจากอินโดนีเซีย มีประเด็นที่น่าสนใจ 3 เรื่องคือ การนำเข้าจากมาเลเซียมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ 92 เหลือร้อยละ 70 ในช่วงปี 2555-2560 และมีสัดส่วนการนำเข้าอินโดนีเซียมากขึ้นจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 30% และเป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากประเทศไทย
ขณะที่มีการนำเข้าจากประเทศสิงคโปร์เป็นอันดับ 3 ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีความต้องการพืชน้ำมันเพื่อไปป้อนอุตสาหกรรมอาหารและที่มิใช่อาหารในประเทศ ซึ่งญี่ปุ่นมีความต้องการพืชน้ำมันและสัตว์ 7 ประเภท คือ น้ำมันเรพซีด (Rapseed Oil) หรือน้ำมันคาโนลา (Canola) น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปลา น้ำมันเมล็ดในปาล์ม (Palm Kernel Oil) น้ำมันข้าวโพด และไขมันวัว (Tallow) เป็นต้น โดยมีความต้องการปีละ 2.9 ล้านตัน ในปี 2560 ญี่ปุ่นมีความต้องการน้ำมันเรพซีดมากสุดปีละ 1 ล้านตัน รองลงมาคือความต้องการน้ำมันปาล์ม 7 แสนตัน และน้ำมันถั่วเหลือง 4 แสนตัน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้ำมันประเภทต่างๆ ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในระดับคงที่กับลดลง แต่ความต้องการน้ำมันปาล์มกลับมีความต้องการสูงขึ้นทุกๆ ปี โดยปี 2556 ความต้องการน้ำมันปาล์มอยู่ที่ 5.8 แสนตัน และเพิ่มเป็น 7 แสนตันในปี 2560 และในปี 2561 คาดว่าญี่ปุ่นจะมีการนำเข้าจำนวน 7.6 แสนตัน (บางสถาบันคาดว่าความต้องการไปถึง 8.4 แสนตัน) ปี 2560 ญี่ปุ่นมีการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากทั่วโลกปีละ 7.6 แสนตัน โดยเป็นการนำเข้าจากมาเลเซีย 5 แสนตัน น้ำมันปาล์มถูกใช้ใน 2 อุตสาหกรรมของญี่ปุ่น คือ อุตสาหกรรมอาหาร 5.6 แสนตัน และอุตสาหกรรมที่มิใช่อาหาร 1.9 แสนตัน ปี 2561 คาดว่าญี่ปุ่นจะมีการนำเข้า 8.4 แสนตัน และหากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2507-2561 พบว่าความต้องการนำเข้าน้ำมันปาล์มของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลามากกว่า 50 ปี
นอกจากนี้ ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้คาดการณ์ว่าในระยะ 5 ปีข้างหน้า โอกาสที่ญี่ปุ่นจะนำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้นถึงระดับมากกว่า 1 ล้านตันเป็นไปได้สูง โดยจะเป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซียและซีแอลเอ็มวีเพิ่มขึ้น โดยลดสัดส่วนการนำเข้าจากมาเลเซียลง ขณะนี้บริษัทญี่ปุ่นจะซื้อน้ำมันปาล์มจากทั่วโลกด้วย 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานน้ำมันปาล์มยั่งยืนมาเลเซีย (MSPO) มาตรฐานความยั่งยืนน้ำมันปาล์ม (RSPO) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มที่ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานยั่งยืนอินโดนีเซีย (ISPO) เพื่อรองรับการแข่งขันโอลิมปิก 2020


