
ล้งจีนคุม
การประชุมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออก เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ขยายตัวมากขึ้น
โดย..สลาตัน
เห็นข่าวการประชุมพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออก ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมทั้งมีคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการภาคตะวันออก ภาคเอกชน และผู้นำท้องถิ่น เมื่อวานก่อนรู้สึกคันมือคันไม้จริงๆ
งานนี้ภาคเอกชนเสนอโครงการพัฒนาภาคตะวันออกทั้งระบบ ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การเกษตร และสาธารณสุข รวมแล้วมากกว่า 10 โครงการให้กับที่ประชุมได้พิจารณาเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกได้ขยายตัวมากขึ้น
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ประเด็นภาคเอกชนจะเสนอลุงตู่ ให้ช่วยส่งเสริมการเกษตรในภาคตะวันออกผ่านการผลักดันให้ภาคตะวันออกก้าวขึ้นสู่ "มหานครแห่งผลไม้" หลังจากที่ผ่านมาทางหอการค้าพยายามผลักดันเรื่องนี้มานานกว่า 3 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องของผลไม้ในประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเสียง มีรสชาติ มีรูปลักษณ์สวยงามชวนน่ากินอย่างมาก
ทุกปีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปักหมุดหมายในประเทศไทย เพื่อตามล่าตระเวนหาผลไม้รสชาติดีทานกัน โดยเฉพาะบริเวณแหล่งการเพาะปลูกผลไม้ในภาคตะวันออก ถือว่ามีชื่อเสียงที่สุดทั่วโลกทราบดีว่าเป็นแหล่งใหญ่ในการส่งออกผลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญอย่าง จ.ระยอง จันทบุรี และตราด ซึ่งมีการส่งเสริมการปลูกผลไม้เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นทั่วประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการสนับสนุนด้านการค้าในภาคตะวันออกและการค้าชายแดนควบคู่กันอีกทาง เพื่อขยายตลาดด้านเกษตร และการแปรรูปสินค้าให้ขยายกว้างไปสู่ประเทศใกล้เคียง ตามความคาดหวังว่าจะผลักดันเป็น "มหานครแห่งผลไม้"
"แต่" ตอนนี้ล้งผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออกถูกครอบคลุมด้วยชาวต่างชาติอย่าง "นักธุรกิจจีน" หรือ "ล้งจีน" ที่เข้ามากว้านซื้อทำลายกลไกตลาดผลไม้ในประเทศไทยอย่างมาก ตอนนี้เกษตรกรผลไม้รับทราบปัญหานี้ดีว่ามีนายทุนชาวจีนมาไล่ซื้อผลไม้ตั้งแต่อยู่ในสวน เรียกว่ายังไม่ทันออก ก็ถูกจองถูกซื้อกันแล้ว แบบนี้ประเทศไทยคงได้บริโภคผลไม้แพงก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไร เพราะพ่อค้าชาวจีนจะส่งผลไม้นี้กลับไปขายยังประเทศตัวเอง ได้กำไรได้ราคาดีแถมไม่ต้องมาซื้อผลไม้ไทยกินซึ่งแพงกว่า
และกรณีการตั้งบริษัททั้งที่ร่วมทุนและนอมินีเพื่อทำธุรกิจผลไม้ในไทย ดูเหมือนว่าจะมีการรุกเข้ามาทำธุรกิจผลไม้แบบครบวงจร โดยเกือบจะไม่เหลือพื้นที่ทำธุรกิจให้กับคนไทยได้ทำกัน ผลเสียร้ายแรงที่สุดต่อภาคเกษตรกรผลไม้คือ "การที่ล้งจีนมีตลาดอยู่ในมือ ในอนาคตย่อมสามารถกำหนดราคาได้ตามที่ต้องการ" แล้วประเทศไทยจะอย่างไร??
ทว่าในระยะสั้นอาจส่งผลดีต่อเกษตรกรทำให้มีรายได้งดงาม มีเงินสดหมุนเวียน แต่ในระยะยาวอาจย้อนกลับมาทำลายเกษตรกรโดยไม่รู้ตัว อาจเข้าทำนองว่า "งูกินหาง" ดังนั้น ก่อนจะผลักดันสู่ "มหานครแห่งผลไม้" ควรเข้ามาจัดระเบียบล้งจีนหรือล้งชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจแบบครบวงจร ซึ่งมีทั้งนอมินีและเป็นเจ้าของเองให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่งั้นเราอาจเสียประโยชน์ทางดุลการค้า รายได้หดหาย เศรษฐกิจไม่เติบโต
เรื่องจะผลักดันให้เป็นเมืองผลไม้ คือทิศทางที่ดี เพราะประเทศไทยมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกให้เอ่ยปากยอมรับเรื่องคุณภาพและรสชาติ ขณะเดียวกันควรเร่งกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดเสียก่อน เพื่อให้เป็นเมืองแห่งผลไม้ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของโดยไม่ถูกนักธุรกิจต่างชาติเข้ามาแทรกแซงราคา
ดังนั้น ต้องเข้ามาจัดระเบียบฐานข้อมูลจำนวนผู้ประกอบการผลไม้ ในแต่ละจังหวัดของไทยอย่างชัดเจนก่อนจะสายเกินไป







