เค้าจะไม่โมโห

วันที่ 29 ธ.ค. 2560 เวลา 15:05 น.
เค้าจะไม่โมโห
โดย...นาย ป.

"ในปี 2561 จะอารมณ์ดี พูดจาไพเราะตามที่ประชาชนต้องการแม้จะมีความพยายามทำให้หงุดหงิดก็ตาม" เป็นคำมั่นสัญญาที่ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบแก่ประชาชนคนไทยเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่

ต่อไปจะได้ยินแต่คำพูดหวานหูแทนหน้าตาและอารมณ์หงุดหงิดบูดเบี้ยว เนื่องจากท่านผู้นำรู้ตัวดีว่าปีที่ผ่านมา ตนเองอารมณ์แปรปรวนสูงมากขนาดไหน จึงมักหงุดหงิดฉุนเฉียวออกมาบ่อยครั้ง หลายครั้งหลุด คำพูดหรือประโยคที่ฟังแล้วขัดหูขัดความรู้สึกสื่อและประชาชน ก่อนจะคิดได้แล้วออกมาขอโทษขอโพย

สันนิษฐานเล่นๆ ถึงสาเหตุที่ "บิ๊กตู่" อารมณ์บูด เกิดจากอะไรกันแน่ เช่น คงเป็นเพราะตัวของ พล.อ.ประยุทธ์เองที่คุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่ หรือเกิดจากนโยบายรัฐบาลเองที่ทำให้สังคมรุมตำหนิจนก่อเป็นชนวนพาท่านผู้นำอารมณ์เสีย พอโดนถามถี่ๆ หรือเป็นเพราะเกิดจากคนรอบๆ ข้างนายกรัฐมนตรีหรือเปล่าที่ทำให้นายกรัฐมนตรีอารมณ์บ่จอย รำคาญใจเมื่อโดนสื่อถามจึงอารมณ์เสียออกมา

คงจำกันได้เมื่อครั้งเหตุการณ์ที่เกิดกระแสโจมตีรัฐบาลถังแตก ทำเอา พล.อ.ประยุทธ์ ฉุนจัดตวาดใส่สื่อ แต่สุดท้ายต้องออกมาขอโทษ โดยอ้างว่าเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมากเกินไป จึงฟิวส์ขาดหงุดหงิดออกไปแบบนั้น

หรือเพราะนโยบายรัฐบาลบางเรื่องที่ออกมาแล้วโดนสื่อโซเชียลถล่ม เช่น มาตรา 44 เรื่องคาดเข็มขัดนิรภัย หรือเซฟตี้ เบลต์ กับห้ามนั่งท้ายกระบะ "บิ๊กตู่" เองคาดไม่ถึงว่าความหวังดีของรัฐบาลแท้ๆ ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จะกลายเป็น ขวด แก้ว ก้อนอิฐ ขว้างใส่หน้ารัฐบาลเสียได้

ดันออกนโยบายสวนกระแสและความรู้สึกสังคม ทำให้นายกรัฐมนตรีออกอาการหงุดหงิด แต่สุดท้ายออกมาขอโทษสังคม เพราะรู้ดีว่า มาตรการดังกล่าวทำลายบรรยากาศการกลับบ้านของประชาชนในเทศกาลปีใหม่ไทย

คำสั่งมาตรา 44 หวังทวงคืนทางเท้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ด้วยการให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่ กทม. ในการจัดระเบียบสังคม แต่เกิดกระแสต้านจากพี่น้องประชาชนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอย โดยอ้างเหตุเสน่ห์ของ กทม. คือร้านอาหารตามทางเท้า หรือสตรีทฟู้ด ที่ขายกัน โต้รุ่ง 24 ชั่วโมง จนต่างชาติจัดอันดับให้ไทยเป็นแหล่งอาหารริมทาง ที่ดีที่สุดในโลก

เหมือนกับนโยบายการแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู เมื่อครั้ง "บิ๊กตู่" ลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.สงขลา พล.อ.ประยุทธ์กร้าวใส่ชาวบ้าน และในวันเดียวกันนั้น นายกรัฐมนตรีก็กล่าวขอโทษที่แสดงอารมณ์หงุดหงิดและใจร้อนออกมาแบบนั้น เพราะทราบดีว่าเหตุการณ์นี้กระทบจิตใจคนปักษ์ใต้ผู้ได้รับผลจากนโยบายรัฐบาล การใช้อารมณ์ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา

นั่นแค่เรื่องตัวอย่าง แต่เชื่อว่าในปีใหม่ 2561 ประชาชนคนไทยคงได้ยินคำพูดลื่นหูจากบิ๊กตู่ แทนที่จะได้ยินคำขอโทษซ้ำๆ ซากๆ

อย่าลืมว่าทุกๆ คำพูดที่ออกจากปากของผู้นำ ถือว่ามีนัยสำคัญทางการเมืองสูงต่อเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นศรัทธา ยิ่งถ้าประชาชนได้ยินคำ ขอโทษและภาพอาการขี้หงุดหงิดใจร้อนของ "บิ๊กตู่" บ่อยๆ อาจไม่ส่ง ผลดีต่อคะแนนนิยมของรัฐบาล

เข้าโค้งสุดท้ายในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี การจะกลับมาสมัยที่สองคงน่าหวาดเสียว คงไม่ต้องทำนายล่วงหน้าว่าจะลงเอยอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต