
ความหวัง
เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวจากภาครัฐต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำโดยเฉพาะยางพารา
ทองพระราม
เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวจากภาครัฐต่อแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำโดยเฉพาะยางพารา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีพี่น้องเกษตรกรออกมาเรียกร้องให้เร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าว
ก่อนที่ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้มอบหมายให้ กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์คนใหม่ ในคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ ชุดที่ 5 ไปเร่งหามาตรการช่วยเหลือจนท้ายสุดมีกระแสข่าวว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้ชง 3 แนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา โดยมีวงเงินสูงถึง 1.86 หมื่นล้านบาท
ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยมาตรการที่ 1.โครงการแรกคือโครงการซื้อยางพาราจากเกษตรกรเพื่อนำมาใช้ในโครงการรัฐ เป็นยางแห้ง 96,484 ตัน น้ำยางข้น 107,431 ตัน วงเงินดำเนินการ 1.2 หมื่นล้านบาท
2.โครงการให้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการซื้อยางแห้งมาแปรรูปวงเงินสินเชื่อ 2 หมื่นล้านบาท โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยให้ 3% วงเงินชดเชย 600 ล้านบาท
3.การลดผลผลิตออกตลาด เป้าหมายยางแห้ง 1 แสนตัน/ปี ประกอบด้วย 3.1 ลดพื้นที่ปลูกถาวร ตามโครงการของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ปีละ 2 แสนไร่ โค่นยางเก่าปลูกยางใหม่ ใช้งบประมาณ 3,284 ล้านบาท
3.2 ลดพื้นที่ปลูกยางชั่วคราว ใช้งบ กยท. 3,200 ล้านบาท โดย ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นแทนแบบผสมผสาน 2 แสนไร่/ปี ลดผลผลิต 4.5 หมื่นตัน/ปี
3.3 ลดผลผลิตในสวนของรัฐที่ปลูก 1 แสนไร่ ลดผลผลิตได้ 6,700 ตัน/3 เดือน ระยะดำเนินการ ธ.ค. 2560-ก.ย. 2561 ใช้งบกลางของรัฐ 303 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลเร่งเดินหน้าเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวให้พี่น้องเกษตรกรได้ทุเลาจากปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
แม้มาตรการเบื้องต้นจะเป็นเพียงกระแสข่าวออกมา แต่หากพิจารณาแล้วหากช่วยได้จริง ก็สามารถลดภาระให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย แต่ประเด็นน่าจับตา คือ การใช้เงินงบประมาณสูงขนาดนี้จะต้องคำนึงถึงความคุ้มได้ คุ้มเสีย คุ้มค่า คุ้มทุน กับการทุ่มเงินลงไปเพื่อดำเนินการแก้ไข เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นปัญหาแว้งกลับมายังตัวรัฐบาล ท่ามกลางทุกสายตาที่จับจ้อง
และที่ลืมไม่ได้ คือ การป้องกันปัญหาที่ตามมา โดยเฉพาะเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้ต้องถึงมือเกษตรกรอย่างแท้จริง เพราะอย่าลืมว่าครั้งหนึ่งเคยเกิดปัญหาในเรื่องค่าชดเชยต่อเกษตรกรชาวนา
จนกลายเป็นประเด็นที่เกือบทำให้รัฐบาลเดินต่อไม่ถูก เพราะถูกพวกคอยช่วงชิงผลประโยชน์เข้ากระเป๋ามาเป็นตัวเหลือบ ริ้น ไร แสวงหาความสุขใส่ตัวบนความทุกข์ผู้อื่น
จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดซ้ำรอย นอกจากนี้ เป็นประเด็นสำคัญคือการวางแผนระยะยาวแก้ไขราคายางพาราอย่างบูรณาการ และที่ลืมไม่ได้เลยนอกจากแก้ปัญหาราคายางแล้ว ปัญหาราคาข้าวก็ยังอยู่ในความคาดหวังของเกษตรกรอยู่
ดังนั้น เป็นการบ้านให้ รมว.เกษตรฯ ท่านใหม่พิสูจน์ฝีมือแก้ไขเรื่องนี้อย่างเป็นระบบและบูรณาการ เพื่อไม่ให้เกษตรกรต้องเผชิญปัญหาอย่างที่ผ่านๆ มา ซึ่งเป็นความคาดหวังสูงสุดในการลืมตาอ้าปาก n







