
รีบจนพลาด
แม้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวออกมาบังคับใช้แล้ว ด้วยความหวังดีกับประเทศหวังจะแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
โดย...นาย ป.
แม้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวออกมาบังคับใช้แล้ว ด้วยความหวังดีกับประเทศหวังจะแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าโดนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ออกมาท้วงติงอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือธุรกิจครัวเรือน ที่จำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว อาทิ แรงงานภาคเกษตร เช่น แรงงานกรีดยาง แรงงานตัดปาล์ม หรือแรงงานประมงทั้งในทะเลและแปรรูป รวมถึงแรงงานก่อสร้างยังรวมไปถึงแรงงานภาคบริการอีกด้วย เช่น เด็กปั๊ม เด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร ฯลฯ เพราะทราบกันอยู่ว่างานบางอย่างคนไทยไม่ทำ ไม่ใช่เพราะเป็นงานต้อยต่ำ แต่ด้วยค่าแรงที่ไม่จูงใจ ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องจ้างแรงงานต่างด้าว
ประเด็นการกดขี่บังคับแรงงานเด็กสตรีเป็นปัญหาที่สังคมไทย หรือองค์กรระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนรับไม่ได้ รัฐบาลไทยจึงถูกขึ้นบัญชีดำว่าเป็นประเทศกลางทางที่ใช้แรงงานเหล่านี้อย่างทารุณ จึงกลายเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลกำลังแก้ไข จึงรีบออกเป็น พ.ร.ก.
แต่ประเด็นใหญ่ที่พลาดไป คือ 1.การกำหนดโทษทั้งจำคุกและปรับแก่ผู้ประกอบการที่ใช้แรงงานผิดประเภท ระวางโทษสูงมาก 4-8 แสนบาท/หนึ่งคดี หรือแรงงานหนึ่งคน จนช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านมาแรงงานต่างด้าวแห่กันกลับประเทศ เพราะนายจ้างคนไทยไม่กล้าจ้าง และแรงงานต่างด้าวก็ไม่กล้าอยู่ เพราะไม่คุ้มหากพลาดกระทำผิดไม่เป็นไปตาม ขั้นตอนที่ภาครัฐกำหนดอาจต้องโดนปรับจนหมดตัว จึงหันไปจ้างแรงงานคนไทยแทน หากสังเกตช่วงนี้แรงงานคนไทยกลับมาทำงานบางประเภทมากขึ้น
อีกประเด็น คือ การกำหนดพื้นที่ หรือโซนนิ่งว่าลูกจ้างแรงงานต่างด้าว เช่น กัมพูชา เมียนมา หรือลาว ทำงานกับนายจ้างคนใด ต้องอยู่ในพื้นที่นั้นๆ ห้ามออกนอกเขต หากจะเปลี่ยนนายจ้าง หรืองานใหม่ต้องแจ้งภาครัฐ แต่ความเป็นจริงงานบางประเภทไม่อาจให้ลูกจ้างอยู่ในพื้นที่ที่ถูกกำหนดได้ เช่น งานก่อสร้าง นายจ้างที่เป็น ผู้รับเหมาอาจต้องให้แรงงานเคลื่อนย้ายไปอีกไซต์งานหนึ่ง หรือแรงงานในสวนยางพาราเมื่อกรีดยางในพื้นที่เสร็จแล้วนายจ้างอาจจะให้ไป ทำงานอย่างอื่นอีก เพราะแรงงานต่างด้าวรับค่าแรงเป็นรายวัน หาก ไม่มีงานให้แรงงานต่างด้าวทำนายจ้างจะต้องจ่ายค่าแรงวันต่อวันโดยไม่ได้งานคืน
ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ เมื่อแรงงานต่างด้าวออกนอกเขต ความผิดตกอยู่ที่ลูกจ้าง แต่ความรับผิดชอบทางกฎหมายตกเป็นภาระต่อนายจ้าง ในการประกันตัว หรือจ่ายค่าปรับ จึงกลายเป็นช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ใจไม่บริสุทธิ์รีดไถ เพื่อให้ละเว้นไม่เอาผิด ซ้ำร้ายรีดไถทั้งนายจ้างและลูกจ้าง แน่นอนนายจ้างคนไทยยอมจ่ายเป็นหลักพันหรือหลักหมื่นบาทแล้วแต่จะเรียก เพื่อไม่ให้ต้องโดนปรับเป็นแสนๆ จึงกลายเป็นที่มารัฐบาลได้ปรับลดโทษลงให้สอดคล้องกับความผิด และยกเลิกโซนนิ่งกักพื้นที่แรงงานต่างด้าว เพราะเริ่มเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีการนำเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมและออกมาบังคับใช้เร็วๆ นี้
นับเป็นบทเรียนของรัฐบาล ที่เน้นความเร็วในการแก้ปัญหา เพราะกลายเป็นว่าแนวทางหรือวิธีการที่จะแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวกลับกลายเป็นช่องทางทำมาหากินของคนบางกลุ่ม ดังนั้นต่อไปรัฐบาลคิดจะออกกฎหมายอะไรก็ควรคิดให้รอบคอบและถ้วนถี่ไม่ใช่ทำงานเอาเร็วเข้าว่า หวังเอาใจประชาชนแต่ขาดความรอบคอบ ไม่เช่นนั้นผลกรรมจะตกอยู่กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ต้องทำตามกฎหมาย n







