
พลานุภาพบัตรคนจน
โครงการที่น่าจับตา โดยมีผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองไปพร้อมๆ กันก็คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน
โครงการที่น่าจับตา โดยมีผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองไปพร้อมๆ กันก็คือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน
บัตรคนจนมอบให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยประมาณ 11.67 ล้านคนทั่วประเทศ ที่ได้ทำการลงทะเบียนและผ่านคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิ
ผู้ได้รับบัตรแยกเป็น 2 กลุ่ม คือ ที่มีเงินได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี กับที่มีเงินได้สูงกว่า 3 หมื่นบาท โดยสิทธิที่แตกต่างกันก็คือ ผู้มีรายได้ต่ำจะได้วงเงินซื้อสินค้าตามโครงการธงฟ้าประชารัฐ เดือนละ 300 บาท แต่ถ้ากลุ่มรายได้สูงกว่าจะได้เงินซื้อสินค้า 200 บาท
ที่เหลือสวัสดิการที่ได้จะเท่ากัน คือ ได้รับค่าเดินทาง ค่ารถเมล์-รถไฟฟ้า 500 บาท รถโดยสาร บขส. 500 บาท ค่ารถไฟ 500 บาท/เดือน และส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/3 เดือน
วงเงินทั้งหมดในแต่ละเดือนหากใช้ไม่หมดจะถูกตัดยอดทันทีไม่มีการสะสม โดยทุกรอบวันที่ 1 ของเดือน วงเงินจะถูกปรับเป็นค่าเริ่มสำหรับการใช้จ่ายอีกครั้ง
งบประมาณที่ใช้กำหนดไว้ที่เดือนละ 3,615 ล้านบาท หรือปีละ 41,940 ล้านบาท
ทั้งหมดคือภาพกว้างๆ ของบัตรคนจน
สำหรับผลในแง่เศรษฐกิจ แน่นอนจะเกิดเงินสะพัดจากระดับฐานราก
ศูนย์ติดตามและพยากรณ์เศรษฐกิจการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) วิเคราะห์ว่า มีเกษตรกร 3.32 ล้านคน หรือ 30% ที่อยู่ในกลุ่มได้รับสวัสดิการ โดยรัฐบาลต้องจ่ายงบประมาณ 1.33 หมื่นล้านบาท เกษตรกรกลุ่มนี้จะนำบัตรไปใช้จ่ายซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรเต็มวงเงิน ก็ส่งผลทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ 2 ครั้งตามรอบการผลิต ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท
สำหรับที่เหลืออีก 70% อยู่นอกภาคเกษตร รัฐบาลต้องจ่ายงบประมาณอุดหนุน 3.26 หมื่นล้านบาท จะก่อให้เกิดการใช้จ่ายหมุนประมาณ 4 รอบ ส่งผลทำให้เกิดมูลค่าเศรษฐกิจ 9.68 หมื่นล้านบาท
รวมความแล้วในแง่เศรษฐกิจ การใส่เงินลงไปจึงก่อให้เกิดเงินสะพัดเฉลี่ยประมาณ 3 รอบ คิดเป็นเงินรวม 1.18 แสนล้านบาท
ถัดมาหากมองในแง่การเมือง บัตรคนจนคือเครื่องมือที่จะทำให้ถึงตัวระดับฐานรากมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เริ่มจากบัตรนี้ มีทั้งประวัติ ที่อยู่ รูปแบบการใช้จ่ายเงินครบครัน
ที่สำคัญ บัตรคนจนยังมีลูกเล่นอื่นๆ ที่สามารถจะใส่ลงไปได้อีก ทั้งรูปแบบการเพิ่มเงิน หรืออื่นๆ เพื่อวัดกระแสการตอบรับจากกลุ่มระดับประชาชนรายได้ต่ำของประเทศ
จึงไม่แปลกที่จะมีการมองเขม่น รวมถึงข้อมูลต่างๆ ที่เล่นงาน
โครงการนี้ อาทิ เป็นการช่วยเหลือเฉพาะบริษัทเจ้าสัวขนาดยักษ์ที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขายเข้าโครงการธงฟ้าประชารัฐ จนรัฐบาลต้อง
มาชี้แจงว่าสินค้าต่างๆ ในโครงการมีสารพัน และจากบริษัทมากมาย หลากหลาย รวมถึงจากกลุ่มการเกษตรด้วย
การคิดออกแบบบัตรคนจน จึงเป็นการออกแบบประดิษฐกรรมทางเศรษฐกิจผสมกับกลิ่นการเมืองชนิดที่ไม่ธรรมดา
ใกล้เลือกตั้งเมื่อใด คอยดูการสำแดงเดชให้ดี







