
ตำรายาแก้รวยกระจุก
ปัญหาโลกแตกด้านเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ เศรษฐกิจโต แต่ไม่กระจาย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหาโลกแตกด้านเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ เศรษฐกิจโต แต่ไม่กระจาย
อาการกระจุกตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้บรรดาคนชั้นกลาง คนระดับล่าง ร้องระงม
เมื่อวันก่อน บังเอิญที่ผมพบกับ ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็เลยลองถามถึงภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าเป็นอย่างไร
ดร.ทนง ก็บอกว่า ระดับกลาง ระดับล่าง คงจะเหนื่อย
ทุกสัปดาห์ ดร.ทนง ก็จะไปสำรวจตลาดในห้างสรรพสินค้าอยู่แล้ว เนื่องจากภริยามีธุรกิจเกี่ยวกับร้านขายกาแฟ ร้านอาหาร เลยลงไปสัมผัสได้จริงว่าไม่คึกคัก
ภาวะเช่นนี้ เกิดการกระจุกตัวของความมั่งคั่งนั่นเอง
ถ้าจะให้ระดับกลาง ระดับล่าง ได้รับอานิสงส์ โน้น เศรษฐกิจต้องโตระดับ 5% ถึงจะทำให้มีเม็ดเงินไหลลงมาได้ แต่หากโตต่ำกว่านี้ก็แย่
แต่หากเศรษฐกิจโตไม่ถึงระดับดังกล่าว ก็ต้องหาทางให้ระดับฐานรากขยับตัว หรือดันขึ้นไปหาระดับบน การที่จะรอให้ความมั่งคั่งไหลลงมาคงเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะในยุคที่มีการพัฒนาทางเทคโนยี และนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคน
หนทางที่ทำได้ต้องปฏิรูปภาคการเกษตรอย่างจริงจัง โดยย้ายเกษตรกรที่เคยเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ออกมาจากภาคเกษตร และพัฒนาการเกษตรไปสู่สินค้ามูลค่าเพิ่ม ลดพื้นที่การปลูกสินค้าเกษตรลงมาจากเดิม เป็นการจัดประชากรภาคเกษตรเสียใหม่ ไม่ให้มีเกิน 10% ของประชากรทั้งประเทศ
ส่วนเกษตรกรที่เหลือก็ให้เข้ามาในภาคธุรกิจบริการ ยกระดับฝีมือ ยกระดับวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเข้ามาสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการ ท่องเที่ยว ธุรกิจกีฬาอย่างสนามกอล์ฟ การแข่งขันหลากรูปแบบ โดยภาคธุรกิจบริการคือหัวใจที่จะสร้างรายได้อย่างแท้จริง
แม้เป็นเรื่องระยะยาว แต่ก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นจะปรับตัวไม่ทัน
ขณะเดียวกันในแง่ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม ก็ต้องพัฒนาให้ยืนได้ด้วยตนเอง นำประสบการณ์ในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมาเป็นแบบอย่าง เชื่อมโยงธุรกิจเอสเอ็มอีเข้ากับธุรกิจหลัก อาทิ ธุรกิจบริการ
รัฐบาลยังต้องให้การส่งเสริมเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง โดยตัวอย่างในต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย มีข้อกำหนดว่า ถ้าบริษัทขนาดกลาง ขนาดย่อม มีกำไรแต่ไม่ถึงเพดานที่กำหนดก็ไม่ต้องเสียภาษีเลย เพื่อให้บริษัทเหล่านี้มีเงินทุนเพียงพอสำหรับการขยายกิจการ
และสิ่งที่ต้องเร่งทำคือการกระจายความเจริญออกไปจากกรุงเทพฯ โดยในปัจจุบันกรุงเทพฯ ยังเป็นศูนย์กลางของพลังเศรษฐกิจ ต้องกระจายไปยังเมืองอื่น ที่เริ่มต้นขึ้นแล้ว อาทิ ขอนแก่น โคราช ฯลฯ
ภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ดร.ทนงก็ยังเชื่อว่า พอไปกันได้ แม้จะลำบาก ก็บ่นๆ กันไป สุดท้ายก็ไปกันแบบไทยๆ แต่ความสำคัญก็คือการปรับโครงสร้างธุรกิจ ยกระดับฐานรากขึ้นมา ไม่ให้เกิดช่องว่าง ความแตกต่างมากขึ้นไปอีก
ทั้งหมดคือมุมมองของอดีตขุนคลังที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมานาน
ฟังแล้วน่าสนใจไหม สำหรับยาตำรับนี้







