กฎแห่งกรรมอัลไพน์

  • วันที่ 30 ส.ค. 2560 เวลา 08:25 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เข้าคุกอีกคน สำหรับ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ในคดีที่ดินอัลไพน์ เมื่อครั้งที่ยงยุทธ รับราชการเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยช่วงปี 2544

ที่ดินอัลไพน์ เป็นคดีที่กินเวลาอย่างยาวนาน ต้นเรื่องเกิดจาก คุณยายเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ยกที่ดิน 730 ไร่เศษ บริเวณคลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้กับวัดธรรมิการามวรวิหาร จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยต้องการให้วัดเก็บค่าเช่าและนำเงินมาทำนุบำรุงพระศาสนา

เมื่อคุณยายเนื่อมถึงแก่กรรม ปรากฏว่าเจ้าอาวาสวัดธรรมิการามวรวิหาร ขณะนั้นต้องการจะขายที่ดิน แต่ผู้จัดการมรดกเดิมที่มี 3 คนไม่ยอมจึงได้มีการตั้งผู้จัดการมรดกใหม่คือ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยฯ

จากนั้นที่ดินดังกล่าวก็ถูกโอนให้แก่มูลนิธิมหามกุฏฯ แล้วจดทะเบียนขายในวันที่ 31 ส.ค. 2533 ให้แก่ บริษัท อัลไพน์ เรียลเอสเตท กับ บริษัท อัลไพน์ กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ

แต่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ผู้ใดจะถือครองที่ดินของวัดเกิน 50 ไร่ ต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ที่ทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในสมัยนั้นคือ เสนาะ เทียนทอง อนุมัติให้ถือครองได้

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กรมการศาสนา ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยในข้อกฎหมาย และสรุปว่า ที่ดินนี้เป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดได้กรรมสิทธิ์ทันทีที่คุณยายเนื่อมถึงแก่กรรม มูลนิธิมหามกุฏฯ ในฐานะผู้จัดการมรดกต้องโอนที่ดินมรดกตามพินัยกรรมที่ระบุไว้ให้ตกแก่วัดเท่านั้น จะโอนให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้

อธิบดีกรมที่ดินในขณะนั้นจึงมีคำสั่งเพิกถอนรายการจดทะเบียนสิทธิ นิติกรรมและโฉนดที่ดิน

แต่ประชาชนเจ้าของบ้านจัดสรรในสนามกอล์ฟอัลไพน์อุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง โดย ยงยุทธ ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้วก็มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของกรมที่ดิน

ที่ดินอัลไพน์ จึงกลายเป็นคดีที่ยืดเยื้อยาวนาน กระทั่งวานนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินว่า พินัยกรรมของคุณยายเนื่อมระบุชัดเจน ยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้วัด โดยที่ดินตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ทันทีที่คุณยายเนื่อมเสียชีวิต แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ก็ตาม

การที่ ยงยุทธ เพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน จึงเป็นการจงใจละเลยข้อเท็จจริงต่างๆ ตีความกฎหมายให้ผิดเพี้ยนจากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ใช้ดุลพินิจแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้อื่น ก่อให้เกิดความเสียหายแก่วัด ทำลายศรัทธาผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เช่น คุณยายเนื่อม จึงมีความผิด

ถือเป็นการปิดฉากที่ดินอัลไพน์ไปอีกคดีตามกระบวนการยุติธรรม

แต่ที่ดินอัลไพน์ ยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกมาก รอดพ้นกฎหมายไปได้

ทว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ การเบียดบังที่ดินวัด เป็นบาปมหันต์

เห็นแล้วน่าประหวั่นพรั่นพรึง กับสิ่งที่บุคคลเหล่านี้จะได้รับ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ