
สงครามเครื่องจักรกล
สงครามจักรกลกำลังเริ่มต้นแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สงครามจักรกลกำลังเริ่มต้นแล้ว
แต่มันไม่ใช่สงครามแบบในหนังฝรั่งที่เครื่องจักรสมองกลมารุกรานคน ยึดโลกแบบนั้น
สงครามที่ว่า เป็นสงครามการแย่งชิงอาชีพไปเสียมากกว่า
ยุคต่อไป คนจะต้องเผชิญกับคู่แข่งสำคัญคือเครื่องจักรกล เป็นการเข้าสู่ยุคปฏิวัติเครื่องจักรกลก็ว่าได้
หากมองย้อนไปในประวัติศาสตร์ การปฏิวัติด้วยเทคโนโลยีเกิดขึ้นมาตลอด และสร้างผลกระทบกับแรงงานในทุกครั้ง
เริ่มจากครัั้งแรกเป็นการปฏิวัติเขียว ด้วยการปลูกพืชด้วยการเกษตรแผนใหม่ แทนการปลูกพืชแบบดั้งเดิม ผลกระทบก็คือชาวนาเป็นผู้รับเคราะห์ไป
ถัดมาเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม เอาเครื่องจักรกลมาใช้แทนแรงงานคน โดยเฉพาะเครื่องจักรไอน้ำที่เริ่มในอุตสาหกรรมทอผ้า ลามเรื่อยมาถึงหัวรถไฟที่ใช้ไอน้ำ
แรงงานภาคการเกษตรก็ต้องแปรเปลี่ยนไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการล่าอาณานิคมขนานใหญ่ เพื่อกระจายและยึดครองทรัพยากรในโลก
การปฏิวัติครั้งต่อมาคือการปฏิวัติคอมพิวเเตอร์ ที่ก่อกำเนิดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น ขณะนั้นอุตสาหกรรมแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบก็คือผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีด
ล่าสุดที่เกิดขึ้นไปแล้วก็คือการปฏิวัติเทคโนโลยีการสื่อสาร เมื่อมีการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ต ไว-ไฟ รวมไปถึงเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ที่เหมือนกับการย่อคอมพิวเตอร์เอามาไว้ในมือถือ
คราวนี้ผลกระทบแผ่กว้างไพศาล ทั้งด้านสื่อสารมวลชน ค้าปลีก ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจใหญ่น้อย ฯลฯ เนื่องจากเกิดการคิดสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ และต้นทุนต่ำมาแทนที่ธุรกิจดั้งเดิม
และแน่นอนยุคต่อไปจะเป็นการปฏิวัติเครื่องจักรกล เข้าสู่ยุคหุ่นยนต์ ที่ไม่เพียงแต่จะมีเทคโนโลยีการผลิตหุ่นยนต์เท่านั้น แต่เทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ ปัญญาด้านประดิษฐ์ (AI-Artificial Intelligence) ที่จะทำให้คอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ฉลาดกว่าเดิม ก็จะได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง รวมไปถึงเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (VR-Virtual Reality) ที่จะทำให้แยกไม่ออกระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกแห่งความเป็นจริง
แรงงานในทุกสาขาอาชีพมีความเสี่ยงจะถูกเครื่องจักรกลที่ฉลาดขึ้น ราคาถูกลง เข้ามาแย่งชิง โดยเครื่องจักรกลจะทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่มีวันหยุด ไม่บ่น ไม่ป่วย ไม่ต้องจ่ายค่าโอที
ไม่ต้องอื่นไกล แค่การทอดไข่ก็ยังมีหุ่นยนต์แสดงฝีมือให้เห็นแล้ว
แม้จะมีคำปลอบใจทำนองว่าเครื่องจักรกลจะก่อให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น แต่เอาเข้าจริงแล้วเฉพาะแค่การปฏิวัติด้านการสื่อสารในยุคนี้ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไปเรื่อยๆ ยิ่งทำให้เกิดว่างงานมากขึ้น
โอกาสมีอยู่ แต่วิกฤตดูเหมือนจะมากกว่า และมีอัตราเร่งมากขึ้นทุกขณะ จนนักคิด มหาเศรษฐีหลายคนในโลกก็เริ่มพูดถึงวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดแรงงานของโลก
และสุดท้ายมันอาจจะเป็นอย่างที่เห็นในหนัง
เครื่องจักรกลครองโลกสำเร็จ ยึดงานเกือบทุกอาชีพโดยสิ้นเชิง







