
จริยธรรมอะนาล็อก
บทบาทของสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ ในยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ถูกแรงกดดันให้ปรับตัวเพื่ออยู่รอดอย่างหนัก
โดย...มะกะโรนี
บทบาทของสื่อสารมวลชนโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ ในยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ถูกแรงกดดันให้ปรับตัวเพื่ออยู่รอดอย่างหนัก ในขณะเดียวกันก็ถูกท้าทายด้านจริยธรรมที่มาพร้อมกับโจทย์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
สหัสวรรษใหม่กลายเป็นสาหัสวรรษของสื่อยุคเก่า หรือที่เรียกว่าสื่ออะนาล็อกไปโดยปริยาย มีการตั้งข้อสังเกตว่าที่เป็นอย่างนั้นก็เป็นเพราะไม่สามารถตอบสนองต่อวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการความรีบเร่ง ฉับไว และครบวงจรแบบที่สื่อดิจิทัลที่ตอบโจทย์นี้ได้มากกว่า
เมื่อถูกสำทับด้วยการเข้ามาแทนที่แย่งชิงบทบาทความสำคัญร้ายแรงกว่านั้นก็คือ อาจจะถึงกับต้องยุติบทบาทไปตามยุคสมัย จนกลายเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวของผู้ประกอบการสื่ออะนาล็อกอย่างถ้วนหน้า แต่จะยอมจำนนต่อชะตากรรมง่ายๆ ก็ใช่เรื่อง ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดกันทุกวิถีทาง
แนวคิดนี้ทำให้เกิดสื่อลูกผสม แบรนด์อะนาล็อกในรูปแบบดิจิทัล สะสมยอดไลค์ตามมา
ลำพังอะนาล็อกรูปแบบเดิมก็ถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ และความรับผิดชอบ ในการนำเสนอข่าวโดยที่ไม่เคยได้รับคำตอบเรื่องนี้อย่างชัดเจนเลย
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ค. 2559 หลายคนคงยังไม่ลืมกรณีที่มีกระแสสังคมออกมาจวกที่สื่อมวลชนถ่ายทอดสดเหตุการณ์อาจารย์ประจำวิทยาลัยแห่งหนึ่งใช้ปืนจ่อยิงตัวเอง โดยการถ่ายทอดสดมีทั้งผ่านทีวี
เฟซบุ๊กไลฟ์ รวมถึงสารพัดช่องทางสื่อออนไลน์
เหตุการณ์ครั้งนั้นเห็นได้ว่า มีสื่อที่ขาดจริยธรรม จรรยาบรรณและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน แต่ที่แย่กว่านั้นคือแทบไม่มีสื่อออกมาแสดงตัวว่ามีความพยายามในการดูแลหรือแก้ไขเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป
25 ก.พ.ที่ผ่านมามีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก เผยแพร่เหตุการณ์ชายวัยกลางคนปีนเสาสัญญาณโทรศัพท์ ประท้วงการใช้มาตรา 44 กรณีวัดพระธรรมกาย พร้อมกับขู่ว่าจะผูกคอตาย การถ่ายทอดสดดำเนิน
ต่อไปจนกระทั่งชายคนนั้นผูกคอตายจริงๆ
การถ่ายทอดสดความตายเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยที่สื่อบางสำนักไม่ได้ตระหนักถึงสิ่งที่ทำลงไป เรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านไปยังไม่ครบขวบปีได้อย่างไรกัน
แน่นอนว่าเรื่องนี้จะถูกนำมาถกเถียงในวงกว้าง โลกออนไลน์จะนำเรื่องนี้มาวิพากษ์และทวงถามจริยธรรมในการนำเสนอข่าวอีกครั้ง แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นเช่นเคยก็คือ ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรมหน่วยงานกำกับดูแลเองก็ทำได้แค่ออกมาตักเตือนในสิ่งที่ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะเกิดขึ้นอีก
ที่ผ่านมาองค์กรสื่อจับมือกันออกมาต่อต้านร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน โดยเฉพาะในประเด็นที่กังวลเรื่องบทบาทของรัฐที่จะสุ่มเสี่ยงเข้ามามีบทบาทแทรกแซงเสรีภาพ และยืนยันว่าสื่อสามารถกำกับดูแลกันเองได้
แม้จะเข้าสู่ยุคดิจิทัล แต่สื่อมวลชนก็ยังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในฐานันดรที่ 4 ในฐานะผู้มีอิทธิพลในการขับเคลื่อนสังคมในทุกยุคอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนจริยธรรมจะมาช้าและอาจช้ากว่ายุคอะนาล็อกด้วยซ้ำไป







