หุ้นปัจจัยพื้นฐานแบบไหนที่ตลาดชอบ
โดย....ภัทรธร ช่อวิชิต FINOMENA INSIGHT
โดย....ภัทรธร ช่อวิชิต FINNOMENA INSIGHT
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ตลาด Sideway ทิศทางเป็นขาขึ้นและขาลงสลับกันปีเว้นปี ทำให้การลงทุนไม่ง่ายเหมือนสมัยหุ้นเป็น
ขาขึ้นที่ลงทุนอะไรก็วิ่งสำหรับการลงทุนด้วยปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งมีนักลงทุนหลายแนว เช่น หุ้นเติบโตเร็ว หุ้นวงจร หุ้นพลิกฟื้น บทความนี้จะมารีวิวกันครับว่าหุ้นลักษณะไหนที่ตลาดนิยมหรือไม่นิยมกันบ้าง เพื่อให้นักลงทุนสามารถวางกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมได้ครับ
1.หุ้นเติบโต
หุ้นเติบโตยังเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงโดยเฉพาะช่วงที่ตลาดผันผวน เมื่อตลาดปรับตัวลงรุนแรงราคาหุ้นก็จะลดลงไม่มาก เนื่องจากผลประกอบการที่ดีเป็นฐานรองรับราคาหุ้นอยู่ หุ้นที่ผลตอบแทนชนะตลาดมากๆ มักจะเป็นหุ้นโตเร็วอยู่ในตลาดยังมีช่องให้เติบโตได้ มีอะไรใหม่ๆ ให้นักลงทุนตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะขยายไปตลาดในหรือต่างประเทศ เปิดตัวออกสินค้าใหม่ การขยายตลาดไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
สมัยนี้หุ้นเติบโตที่จะไปได้ไกลงบการเงินจะต้องมีความสอดคล้องกันด้วย กำไรจะต้องเติบโต สินทรัพย์จะต้องเติบโตสอดคล้องกัน มีกระแสเงินสดเพียงพอชำระหนี้ และ ROA ROE สูงและมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ตราบใดที่กำไรของบริษัทยังเติบโตตลาดพร้อมที่จะซื้อขายกันที่ระดับ PE สูงๆส่วนหุ้นที่งบการเงินด้อยกว่าผลตอบแทนราคาหุ้นก็จะด้อยกว่าไปด้วย
หุ้นเติบโตที่ควรหลีกเลี่ยง มักจะเป็นหุ้นเติบโตลวงโลกที่เติบโตเฉพาะราคาแต่สวนทางกับผลประกอบการ หุ้นลักษณะนี้จะสามารถขึ้นได้ซักพักตามอารมณ์ตลาด แต่สุดท้ายราคาหุ้นก็กลับมาที่เดิมตามแนวโน้มผลประกอบการ
2.หุ้นวงจร
หุ้นกลุ่มนี้ยังสร้างสีสันให้ตลาดได้ทุกปี ใครจับรอบอุตสาหกรรมถูกจังหวะ ถูกตัว และถูกเวลา หุ้นจะขึ้นแบบพลิกชีวิต แต่ถ้าขายไม่ทัน เมื่อรอบของสินค้าจบลงราคาหุ้นมักจะลดลงแบบไม่คิดชีวิตเช่นเดียวกัน หุ้นกลุ่มนี้มักมีรายได้หรือต้นทุนเกี่ยวข้องกับสินค้า Commodities เช่น สินค้าเกษตร ปิโตรเคมี หรือโลหะ และอัตรากำไรขั้นต้นมักจะผันผวนขึ้นลงตามรอบราคา
ในการลงทุนนักลงทุนจะต้องหูตาว่องไวติดตามราคาสินค้า Commodities ตลอดเวลา เว็บที่สามารถดูราคาได้เช่น tradingeconomics.com/commodities เมื่อเห็นราคาสินค้าตัวไหนเป็นขาขึ้นก็มาดูว่าหุ้นตัวไหนได้หรือเสียประโยชน์บ้าง จากนั้นจะเข้าไปเก็งงบที่กำลังจะประกาศในไตรมาสนั้นๆ ว่าจะต้องกำไรเติบโตแน่นอน แต่ความเสี่ยงคือเมื่อประกาศงบการเงินออกมาบริษัทอาจจะไม่ทำกำไรตามคาดก็ได้ เช่น อาจมีการขาดทุนราคาสินค้าคงเหลือหรืออัตรากำไรขั้นต้นไม่เพิ่มตามที่คิดทำให้ราคาหุ้นไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
3.หุ้นพลิกฟื้น (Turnaround)
หุ้นกลุ่มนี้ก็ยังสร้างสีสันให้ตลาดได้ทุกปีเช่นเดียวกัน แต่ในหลายๆ ปีที่ผ่านมา ผมพบว่าคนในตลาดเก่งขึ้น หุ้นพลิกฟื้นที่มีแต่การออกข่าวลมๆ แล้งๆ แต่ผลประกอบการไม่สามารถกลับมาปกติได้จริงราคาหุ้นอาจวิ่งได้ซักพัก สุดท้ายราคาหุ้นก็กลับมาที่เดิม สำหรับหุ้นพลิกฟื้นที่เพียงพลิกจากขาดทุนกลับมาเป็นกำไรโดยที่ไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ตลาดจะให้ค่าไม่สูง
หุ้นพลิกฟื้นที่ผลตอบแทนดีและสามารถลงทุนถือยาวๆ ได้ จะต้องเป็นหุ้นพลิกฟื้นที่สามารถเติบโตได้ต่อเนื่อง แก้ปัญหาธุรกิจเก่าจนกลับมาเป็นปกติ และมีธุรกิจใหม่ที่กำลังเติบโตอยู่ในช่วงของการลงทุนและมีการเติบโตเข้าใกล้ช่วงเก็บเกี่ยว มีผลขาดทุนลดลง ตลาดถึงเริ่มเข้ามาให้ความนิยมกัน
4.หุ้นปันผล
หุ้นปันผลเหมือนเป็นหลุมหลบภัยพักเงินยามตลาดผันผวน เพราะถือแล้วสบายใจราคาหุ้นอาจไม่ผันผวนในขณะที่นักลงทุนยังได้รับเงินปันผล
ความยากของหุ้นปันผล คือ ต้องเลือกหุ้นที่กำไรในอนาคตสามารถเติบโตได้ด้วย ถ้าทิศทางของกำไรอยู่ในช่วงขาลงจะทำให้ราคาหุ้นเป็นขาลงและทำให้นักลงทุนขาดทุนจากส่วนต่างราคาหุ้นมากกว่าปันผลที่ได้รับเสียอีก
จะเห็นว่าในภาวะที่ตลาดผันผวนการเลือกหุ้นให้ถูกตัวและราคาเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในแต่ละช่วงเวลาตลาดก็ให้ค่ากับหุ้นแต่ละกลุ่มไม่เหมือนกัน ถ้าเรามีหลักการที่ดีและถูกต้องจะทำให้นักลงทุนสามารถเลือกหุ้นลงทุนและสร้างผลตอบแทนดังหวังได้ไม่ยากครับ
***********************
หากท่านสนใจรับคำแนะนำลงทุนจาก FINNOMENA สามารถลงทะเบียนเพื่อรับบริการพิเศษได้ที่ http://bit.ly/NTER-Posttoday


