
สงครามน้ำมันปาล์ม
จู่ๆ บรรยากาศไล่ทุบถอง ประเภทตั้งท่าจะกีดกันการค้าระหว่างกันก็ปรากฏเค้าลางให้เห็น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
จู่ๆ บรรยากาศไล่ทุบถอง ประเภทตั้งท่าจะกีดกันการค้าระหว่างกันก็ปรากฏเค้าลางให้เห็น
งวดนี้เกิดขึ้นที่ยุโรป หน่วยงานความปลอดภัยอาหารแห่งสหภาพยุโรป (European Food Safety Authority-EFSA) เผยแพร่รายงาน น้ำมันปาล์มที่ใช้ปรุงสารพัดอาหารมีความเสี่ยงต่อมะเร็ง
รายงานดังกล่าวบรรยายว่าก็คือ น้ำมันปาล์ม ที่ผ่านกรรมวิธีการผลิต ในอุณหภูมิสูงกว่า 200 องศาเซลเซียส อาจก่อให้เกิดสารกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งและมีพิษหลังการบริโภค
ข้อมูลทั้งหมดมีการยื่นเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อพิจารณาต่อไป ขณะนี้มีแค่การออกคู่มือแนะนำให้ปฏิบัติตามเกี่ยวกับความปลอดภัยของสารอาหารที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันปาล์ม
แต่ที่กลายเป็นเรื่องบานปลายก็คือ บรรดาธุรกิจในยุโรป มีลูกตามมา โดยเฉพาะในอิตาลี
Coop ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของอิตาลี ประกาศเลิกผลิตสินค้าที่ใช้แบรนด์ของตัวเองโดยใช้น้ำมันปาล์ม รวมไปถึงบรรดาผู้ผลิตอาหารอีกหลายรายก็ประกาศไม่เอาด้วยเช่นกัน
มองเผินๆ เหมือนกับการรณรงค์ความปลอดภัยในอาหาร แต่มองอีกแง่ก็คือเป็นการกีดกันการค้าโดยยกประเด็นสุขอนามัย
ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้น้ำมันสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับพืชน้ำมันพืชชนิดอื่น ไม่เพียงแต่การใช้บริโภคปกติ แต่ยังต่อยอดไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งเนยเทียม ครีมเทียม นมข้น บะหมี่สำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว
น้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย เข้าไปตีตลาดน้ำมันพืชในยุโรปกระจุยกระจาย มีอัตราการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจุบันสหภาพยุโรปมีการอุดหนุนภาคเกษตร ทำให้ราคาน้ำมันพืชที่ใช้ในการบริโภคมีราคาไม่สูงนัก แต่ในอนาคตจะมีการลดเงินสนับสนุนลงเรื่อยๆ จนเลิกอุดหนุน และจะยิ่งทำให้บรรดาผู้ผลิตสินค้าเกษตรในยุโรปต้องเจอกับปัญหาสาหัส
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีการรณรงค์ต่อต้านน้ำมันปาล์มในยุโรป โดยเฉพาะจากกลุ่มเคลื่อนไหวผ่านองค์กรเกษตรกรรมของยุโรป
ในอิตาลี แหล่งผลิตน้ำมันมะกอกรายใหญ่ของโลก สมาพันธ์เกษตรกรแห่งชาติอิตาลี (Coldiretti) ก็ออกมารณรงค์ให้เลิกใช้น้ำมันปาล์มทั้งยกเหตุผลด้านสุขอนามัย โดยอิตาลีนำเข้าน้ำมันปาล์มเพิ่มถึง 10 เท่าในช่วง 15 ปีหลัง
ก่อนหน้านี้ ปาล์มน้ำมัน ก็โดนโจมตีว่าการปลูกสวนปาล์มทำลายป่า ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำให้ยุโรปออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันปาล์ม ต้องมีกระบวนการปลูกโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
แต่การต่อต้านน้ำมันปาล์ม ก็ไม่ใช่เรื่องทำได้ง่ายๆ เพราะยักษ์ใหญ่อาหารระดับโลกต่างใช้น้ำมันปาล์มในกระบวนการผลิต บริษัทพวกนี้ทำหน้าที่ชี้แจงว่า น้ำมันปาล์มไม่ก่อให้เกิดมะเร็งหรือผลข้างเคียง
องค์การอนามัยโลก รวมถึงประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐ ก็ยังไม่มีท่าทีเกี่ยวกับน้ำมันปาล์ม ไม่เหมือนในยุโรป
ทว่าสงครามน้ำมันปาล์มคงไม่ยุติง่ายๆ ต้องจับตา ตั้งรับ มีความเกี่ยวพันกับบ้านเราโดยตรง
ผลประโยชน์ขัดกัน มันก็ต้องซัดกันอย่างนี้แหละ







