70 ยังแจ๋ว

วันที่ 22 พ.ย. 2559 เวลา 07:57 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ยุคนี้คงต้องบอกว่าเป็นยุค 70 ยังแจ๋ว

ไม่เชื่อลองไปดูบรรดาผู้กุมอำนาจในหลายประเทศก็ได้ ก็อายุอานามเข้าเลข 7 ทั้งสิ้น

คนแรกเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ก็เป็นคุณปู่วัย 70 ปี  โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมือง พอตัดสินใจเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยแรกก็ได้รับเลือกตั้งทันที

ไม่เรียก 70 ยังแจ๋วจะเรียกอะไร ลีลาท่าทางว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กินขาด

ถัดมามาเอเชีย ผู้นำปากกล้าอย่างประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ก็ปาเข้าไป 71 ขวบ แก่กว่าทรัมป์ 1 ปี แต่ความดุเด็ดเผ็ดมันส์ไม่ได้น้อยหน้าบรรดาผู้นำรุ่นหนุ่ม

ส่วนผู้นำที่กุมอำนาจในโลกใบนี้ อายุถัดมาขึ้นต้นด้วยเลข 6 ก็เต็มไปหมด

อย่างชาติมหาอำนาจระดับโลก รัสเซีย ประธานาธิบดี วลาดมีร์ ปูติน ก็อายุ 61 ปี ครองอำนาจเด็ดขาดในดินแดนหมีขาว

หรือในจีนประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ก็อายุ 60 ปี  

ย้อนกลับมาเมืองไทย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุงตู่ก็อายุ 60 ปี ถ้ารับราชการก็เกษียณอายุไปแล้ว แต่ก็ยังนั่งเป็นนายกฯ เมืองไทย

หรือบิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม นั่นก็ 71 ปีเข้าไป

ขยับไปสักนิด อดีตผู้นำอย่าง ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด อายุก็เข้าไป 91 ปี แล้วยังกลายมาเป็นแกนนำปลุกชาวมาเลเซียให้ลุกขึ้นมาประท้วงไล่ นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ยิ่งไปดูด้านนักธุรกิจทั้งระดับประเทศ ระดับโลก หลายคนอายุอานามก็ไปไกลโข อย่างเซียนหุ้น มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก วอร์เรน บัฟเฟตต์ อายุ 86 ปี แต่สติปัญญา ความคิดความอ่าน การมองอนาคตไม่ได้ลดน้อยถอยลงไปตามอายุแม้แต่น้อย

และอย่าถามเลยว่า อายุอานาม 60 หรือ 70 ยังทำงานไหวไหม จะเตะปี๊บดังไหม ระดับนี้เตะโอ่งยังแตกแน่นอน

โลกยุคนี้เป็นโลกที่ก่อเกิดบรรดามหาเศรษฐีอายุน้อยจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะสร้างความร่ำรวยจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกระแสเทคโนโลยีและการสื่อสาร เหมือนอายุของโลกจะลดน้อยลงเรื่อยๆ

แต่ทว่าถ้าดูให้ดี ยังมีบรรดา 60 ยังแจ๋ว 70 ยิ่งแจ่ม ก็ยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่มาก ไม่ได้ร่วงโรยไปตามกาลเวลา

ประเทศไทยเองกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และก่อให้เกิดผลกระทบสารพัน สร้างสารพัดความวิตก อาทิ จะมีคนวัยทำงานเหลือจำนวนน้อยเกินไป จนทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงาน ปัญหาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นอกจากนั้น ภาระของรัฐในการจัดสวัสดิการจะมีมากขึ้น งบประมาณที่มีจะไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้สูงอายุที่มีมากขึ้น จนจะทำให้เป็นปัญหาสังคมในอนาคต

ทั้งหมดถ้ากลับแนวคิดใหม่ โดยอายุ 60 ปี ไม่ใช่การเกษียณอายุ ไม่ใช่การไปอยู่บ้านเลี้ยงหลาน แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ในอาชีพ ในงานที่แตกต่างไปจากเดิม ทุกอย่างก็จะกลับข้าง

ตัวอย่างก็เห็นแล้วบรรดาผู้นำ 70 ยังแจ๋ว 60 ยังคึกคัก

อายุเป็นแค่ตัวเลข มีเอาไว้แค่นับกันเล่นๆ เท่านั้น