posttoday
ทรัมป์ หรือ ฮิลลารี

ทรัมป์ หรือ ฮิลลารี

07 พฤศจิกายน 2559

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย

วันที่ 8 พ.ย.59 จะเป็นวันที่ทั่วโลกจับจ้องกันไปที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งตอนนี้มีคู่ชิงกันคือ คุณ ฮิลลารี คลินตัน และคุณ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยยังต้องเฝ้าระวัง Poll การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ คุณทรัมป์ ยังคงทำคะแนนนิยมดีขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดตามหลัง ฮิลลารี เพียง 1.7% เท่านั้น (ดีขึ้นจากวันก่อนหน้าที่ 2% และดีกว่ากลางเดือน ต.ค. ที่ 7%) หากแนวดน้มยังเป็นไปในทิศทางนี้ จะเป็นความเสี่ยงให้เกิด Fund Flow ไหลออกจาก Emerging Market กดดัน SET Index ต่อเนื่องได้

สำหรับผลกระทบจากการเลือกตั้งสามารถประเมินออกมาได้เป็น 3 ด้าน คือ

1.ด้านที่จะมีผลกระทบต่อตลาดการเงินโลก หาก คุณ ฮิลลารี คลินตัน ชนะการเลือกตั้ง คาดว่า ตลาดจะตอบรับเชิงบวก ซึ่งตรงข้ามกับ ถ้าคุณ ทรัมป์ เป็นฝ่ายชนะ เนื่องจากตลาดจะมีความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงิน การคลัง และภาษี ที่จะดึงดูดให้เกิดกระแสเงินไหลเข้าสหรัฐอย่างรุนแรงกระทบกับตลาดเงินอื่นๆของโลก

2.ด้านเศรษฐกิจเป็นที่คาดกันว่าหากคุณ ฮิลลารี ชนะการเลือกตั้ง แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐใน 12-15 เดือนถัดไปจะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก และคุณ เจเน็ต เยลเลย ก็น่าจะดำรงตำแหน่งประธาน Fed ต่อไปตามเดิม แต่หากเป็นคุณ ทรัมป์ ชนะ แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐจะมีความไม่แน่นอนสูง จากผลของนโยบายสุดขั้ว เช่น การลดภาษี การจำกัดแรงงานต่างชาติ การกั้นกำแพงภาษีสินค้าจากจีน/แคนาดา

3.นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เชื่อว่าจะต้องมีการทบทวน TPP

ผลกระทบที่จะมีต่อการค้าของไทยอาจมีไม่มากนัก เนื่องจากไทยยังไม่ได้เข้าร่วม TPP ซึ่งทำให้ไทยมีเวลาในการตัดสินใจมากขึ้น แต่ต้องระวังกรณีคุณ ทรัมป์ ชนะ ธุรกิจไทยอาจมีความเสี่ยง ด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ความสามารถในการแข่งขัน และสิทธิประโยชน์จาก GSP

ทรัมป์ หรือ ฮิลลารี

จากสถิติการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 4 ครั้งล่าสุดกับตลาดหุ้นสหรัฐ และ ตลาดหุ้นไทย พบว่า ก่อนการเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์จะปรับเพิ่มขึ้นด้วยความน่าจะเป็น 75% (3 จาก 4 ครั้ง) โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.79% ตรงกันข้ามกับ SET Index ที่จะปรับลดลง (3 จาก 4 ครั้ง) ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย -0.05% ส่วนสถิติหลังการเลือกตั้ง 2 สัปดาห์ SET Index จะปรับลดลงด้วยความน่าจะเป็น 75% (ลง 3 จาก 4 ครั้ง) โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -3.88% ขณะที่ดาวโจนส์จะปรับลงด้วยน่าจะเป็น 50% (ลง 2 จาก 4 ครั้ง) โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -5.09% ทั้งนี้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ออกมาค่อนข้างย่ำแย่ เป็นเพราะในการเลือกตั้ง พ.ย. ปี 2008 มีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงรุนแรง จึงเป็นตัวดึงให้ค่าเฉลี่ยการเลือกตั้ง 4 ครั้งล่าสุดติดลบมากเกินไป

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย