
20 คำถามเริ่มรู้จัก Options : คำถามที่ 4 จะลงทุน Put Options ต้องรู้อะไรบ้าง?
โดย บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
โดย บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
บทความตอนที่แล้วผมตอบคำถามที่ว่าสิ่งต้องรู้สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนใน Put Options คืออะไร ส่วนบทความนี้ผมจะเป็นการให้ข้อมูลสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนใน Put Options ซึ่งเป็นสิทธิในการขายสินค้าอ้างอิงตามจำนวน และราคาที่กำหนด ภายในเวลาที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย (Put Options คือสิทธิในการซื้อสินค้าอ้างอิง ส่วน Put Options คือสิทธิในการขายสินค้าอ้างอิง) วัตถุประสงค์ก็เพื่อตอบคำถามให้กับผู้ที่สนใจลงทุนใน Put Options ในเบื้องต้นว่าจะต้องรู้อะไรเกี่ยวกับลักษณะเด่นของ Options ประเภทนี้บ้าง เช่นเดียวกันกับ Put Options ผู้ที่ลงทุนใน Put Options นั้นสามารถเป็นได้ทั้งผู้ซื้อ Put Options หรือผู้ขาย Put Options ก็ได้ ซึ่งผู้ซื้อกับผู้ขายจะมีวัตถุประสงค์และมุมมองของทิศทางราคาสินค้าอ้างอิงที่แตกต่างกัน
เวลาที่ผู้ลงทุนสนใจซื้อ Put Options ให้นึกภาพว่าผู้ซื้อกำลังพูดว่า ผมยอมจ่ายเงินก้อนหนึ่ง (ค่า Put Options) ให้แก่ผู้ขายเพื่อต้องการได้สิทธิประโยชน์ในการขายสินค้าอ้างอิงตัวหนึ่ง ตามจำนวน และราคาที่กำหนด ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน เช่น ผมยอมจ่ายเงิน 3,000 บาทเพื่อต้องการได้สิทธิในการขายดัชนี SET50 จำนวน 200 หน่วย ที่ระดับดัชนี 950 จุด คิดเป็นเงิน 190,000 บาท ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2559 ดังนั้นถ้าราคาทั่วไปหรือราคาตลาดของสินค้าอ้างอิง (ดัชนี SET50) อยู่ต่ำกว่าราคาที่ตกลง (950 จุด) ผมก็จะขอมาใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับ เช่นถ้าดัชนีอ้างอิงขณะนั้นอยู่ที่ 940 จุด ผมก็จะใช้สิทธิในการขายดัชนี SET50 ให้คุณที่ 950 จุด แต่ถ้าดัชนี SET 50 ในขณะนั้นอยู่สูงกว่า 950 จุด เช่น ถ้าดัชนี SET 50 อยู่ที่ 970 จุดผมก็จะไม่ใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้ เพราะผมสามารถไปขายดัชนี SET50 ในราคาตลาดได้ในราคาที่แพงกว่า
ขอใช้ตัวอย่างเดียวกันกับผู้ซื้อ Put Options ข้างต้นเวลาที่ผู้ลงทุนสนใจขาย Put Options ให้นึกว่าผู้ขายกำลังพูดกับผู้ซื้อว่า ผมยอมให้สิทธิประโยชน์ให้คุณสามารถขายดัชนี SET50 จำนวน 200 หน่วยในราคา 950 จุด กับผมได้ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2559 ไม่ว่าราคาตลาดของดัชนี SET50 ในขณะนั้นจะน้อยกว่า 950 จุดไปเท่าไรก็ตาม ผมก็จะยังรับซื้อดัชนี SET50 ในราคา 950 แต่ถ้าราคาตลาดของดัชนี SET50 สูงกว่า 950 จุดขึ้นไป คุณก็ไม่จำเป็นต้องมาขาย SET50 ให้กับผม คุณสามารถไปขายดัชนี SET50 ในราคาตลาดซึ่งแพงกว่าได้เลย แต่!!! คุณจะต้องยอมให้เงินผมก้อนหนึ่งเพื่อเป็นค่าสิทธิประโยชน์นั้น
จะเห็นได้ว่าความแตกต่างระหว่างผู้ซื้อ Put Options และผู้ขาย Put Options อย่างแรก คือ ผู้ซื้อ Put Options จะยินยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ในการล็อกราคาขายให้คงที่ไม่ว่าราคาสินค้าอ้างอิงในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม ส่วนผู้ขาย Put Options ก็ยอมให้สิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ซื้อ Put Options ซึ่งก่อนให้เกิดภาระกับตัวเองในอนาคต โดยแลกกับผลตอบแทนเป็นเงินจำนวนหนึ่ง สรุป คือ ผู้ซื้อจ่ายเงิน ได้รับสิทธิประโยชน์ ไม่มีภาระผูกพันธ์ ส่วนผู้ขายได้รับเงิน โดยมอบสิทธิประโยชน์และมีภาระผูกพันธ์ในอนาคตกรณีที่ผู้ซื้อมาใช้สิทธิ
หากจะเปรียบเทียบการซื้อขาย Options ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็เหมือนกับการซื้อกรมธรรม์ประกันภัย คนที่ขาย Put Options นั้นเหมือนกับบริษัทประกันภัย ส่วนคนซื้อ Put Options ก็เหมือนกับคนที่ซื้อประกันโดยจ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบริษัทประกันภัย สมมติเป็นการซื้อประกันรถยนต์ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์รถชนบริษัทประกันภัยก็จะได้เบี้ยประกันไปฟรี ๆ แต่ถ้าคนซื้อประกันเกิดรถชนก็สามารถไปเรียบกร้องสิทธิให้บริษัทประกันภัยชดเชยเงินค่าเสียหายได้
ถ้าเรามาพิจารณาถึงมูลค่าของสิทธิประโยชน์ที่ผู้ขาย Put Options มอบให้กับผู้ซื้อ Put Options โดยการเปรียบเทียบกับราคาของสินค้าอ้างอิง จะเห็นได้ว่า Put Options จะมีมูลค่ามากขึ้นถ้าสินค้าอ้างอิงมีราคาถูกลง แต่ถ้าสินค้าอ้างอิงมีราคาแพงขึ้นมูลค่าของ Put Options ก็จะลดลง และในวันหมดอายุของ Put Options ถ้าราคาสินค้าอ้างอิงแพงกว่าราคาที่ระบุไว้ Put Options ก็จะไม่เหลือมูลค่าใด ๆ เลย ตัวอย่างข้างต้น Put Options หรือสิทธิในการขายดัชนี SET50 จำนวน 200 หน่วย ที่ระดับ 950 จุด ถ้าดัชนี SET50 อยู่ที่ 900 จุด มูลค่าของ Put Options น่าจะไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท แต่ดัชนี SET50 ปรับตัวลดลงอีกเป็น 850 จุด มูลค่าของ Put Options ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยเป็นไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทเป็นต้น ราคา Put Options จะปรับตัวขึ้น/ลง ไปในทิศทางตรงข้ามกับราคาของสินค้าอ้างอิง โดยราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวขึ้นมูลค่า Put Options จะปรับตัวลดลง ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลงมูลค่า Put Options จะปรับตัวเพิ่มขึ้น
จากการเปรียบเทียบมูลค่าของ Put Options กับราคาของสินค้าอ้างอิง เราจะเห็นได้ว่ามุมมองทิศทางราคาสินค้าอ้างอิงของผู้ซื้อ Put Options กับผู้ขาย Put Options แตกต่างกัน โดยผู้ซื้อ Put Options จะเป็นผู้ที่หวังว่าราคาของสินค้าอ้างอิงจะปรับตัวลดลงในอนาคต เนื่องจากการที่ราคาสินค้าอ้างอิงปรับตัวลดลงจะทำให้มูลค่าของ Put Options เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อมูลค่าของ Put Options เพิ่มมากขึ้นผู้ซื้อก็สามารถนำ Put Options ไปขายต่อได้ในราคาที่แพงขึ้นเพื่อทำกำไร หรือผู้ซื้ออาจจะใช้สิทธิเพื่อขายสินค้าอ้างอิงในราคาที่ระบุไว้ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน
กรณีผู้ขาย Put Options จะมีมุมมองว่าราคาสินค้าอ้างอิงน่าจะปรับตัวเพิ่มในอนาคต เนื่องจากจะทำให้มูลค่าของ Put Options ที่ได้ขายไปก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลง เมื่อมูลค่าของ Put Options ปรับตัวลดลง ผู้ขายก็สามารถรับซื้อ Put Options คืนได้ในราคาที่ถูกลงเพื่อหักล้างภาระที่ตนเองมีอยู่แต่แรกตอนขายออกไป หรือถ้าราคาตลาดของสินค้าอ้างอิงปรับตัวขึ้นสูงกว่าราคาที่ระบุไว้ ผู้ซื้อ Put Options ก็จะไม่มาใช้สิทธิ ซึ่งผู้ขายจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่า Options ณ ตอนที่ขาย Options ออกไป
สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถหาข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขาย Options ได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือ เว็บไซต์ www.tfex.co.th







