
ระวังตะเกียบคู่
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีเรื่องที่น่าสนใจ โดยเป็นข่าวเล็กๆ เท่านั้น นั่นคือการที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือไจก้า
โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมื่อสัปดาห์ก่อนมีเรื่องที่น่าสนใจ โดยเป็นข่าวเล็กๆ เท่านั้น นั่นคือการที่องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือไจก้า เข้ามาเสนอผลการศึกษาเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกไปยังตะวันตก หรืออีสต์-เวสต์คอร์ริดอร์
เส้นทางดังกล่าวเป็นโครงการที่ศึกษากันเนิ่นนาน เพื่อเชื่อมประเทศในอ่าวเบงกอลเข้ากับประเทศในสุวรรณภูมิ โดยสร้างระบบคมนาคมจากอินเดีย บังกลาเทศ เมียนมา เข้ามาไทยที่ จ.ตาก ทะลุข้ามฝั่งไปที่มุกดาหาร ก่อนเข้าไปลาวและออกทะเลที่เวียดนาม
และญี่ปุ่นก็เสนอตัวเข้ามาศึกษา โครงการสร้างรถไฟทางคู่ในเส้นทางทั้งหมดให้
ล่าสุด ญี่ปุ่นเข้าพบ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าเส้นทาง อ.แม่สอด จ.ตาก ไปยังมุกดาหาร สภาพถนนทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เวียดนามและลาวต้องปรับปรุง
ญี่ปุ่นยังมีข้อเสนอพ่วงอีกว่า หากต้องการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในเส้นทางดังกล่าวควรมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมใหม่ที่ จ.ขอนแก่น หรือที่พิษณุโลกด้วย เพื่อให้มีสินค้ามากขึ้นในการขนส่ง
นี่แหละประเด็นสำคัญ
เพราะการที่ญี่ปุ่นกระโดดเข้ามารับศึกษารถไฟทางคู่อีสต์-เวสต์คอร์ริดอร์นั้น มีเหตุผลสำคัญก็คือต้องการสกัดอิทธิพลของจีนในภูมิภาคนี้
จีนประกาศนโยบายแน่ชัดจะต้องเชื่อมเส้นทางออกสู่ทะเลในมณฑลภาคใต้ โดยหวังจะสร้างรถไฟฟ้าผ่านเข้าไทย 2 เส้นทาง คือ ผ่านเมียนมาเข้ามาทางเชียงราย กับผ่านลาวเข้ามาทางหนองคาย จากนั้นก็จะลากลงมาผ่านไทยเพื่อไปถึงมาเลเซีย
ปรากฏว่ารถไฟฟ้าที่จะเข้ามาทาง จ.เชียงราย ของจีน กลายเป็นหมันไปเรียบร้อย เพราะญี่ปุ่นเข้ามาเสียบเสนอตัวสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทดแทน
ญี่ปุ่นยังขยับมาอีกก้าว โดยเข้ามาทำรถไฟทางคู่ในโครงการอีสต์-เวสต์คอร์ริดอร์อีก เป็นเส้นทางแนวขวางของประเทศ เส้นทางนี้จะไปตัดกับเส้นทางรถไฟฟ้าแนวทแยงของจีนที่จะลงมาจากหนองคายด้วย
และล่าสุด ญี่ปุ่นหงายไพ่ โดยเสนอให้ตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.พิษณุโลก และขอนแก่น ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นได้เปรียบจีนอย่างมาก
เพราะเส้นทางรถไฟฟ้าแนวทแยงของจีนกับเส้นทางแนวขวางของญี่ปุ่น จะมาตัดกันที่ จ.ขอนแก่น ถ้าญี่ปุ่นผลักดันสร้างนิคมอุตสาหกรรมได้สำเร็จ นิคมนี้ก็จะเป็นการสร้างศูนย์กลางเศรษฐกิจ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทันที
ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.พิษณุโลก ก็จะเป็นตัวเชื่อมโยงกับนิคมอุตสาหกรรมขอนแก่น เหมือนตอกหมุดยักษ์ 2 ตัว ตรึงเข้ากลางประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางความมั่งคั่งจากระบบเครือข่ายคมนาคมที่กำลังวาดฝันกันในอนาคต
โชคดีที่ไทยไม่ยอมเออออห่อหมกด้วย โดยยกเหตุผลว่าการมีนิคมอุตสาหกรรมที่ จ.พิษณุโลก หรือขอนแก่น คงไม่ใช่เหตุผลหลัก เหตุผลหลักคือการสร้างให้เกิดการเชื่อมโยงของแต่ละประเทศมากกว่า
แต่สิ่งที่เห็นชัดจากความเคลื่อนไหวทั้งมวลก็คือ ญี่ปุ่น และจีน กำลังเอาล่อเอาเถิดกันในภูมิภาคนี้อย่างจริงจัง โดยมีไทยเป็นศูนย์กลางของการวางหมากเสียด้วย
ระมัดระวังให้ดีเถอะ ไม่ว่าตะเกียบคู่ไหนก็คงคล้ายกันหมด
นั่นคือหวังจะหยิบชิ้นปลามันเข้าปากเสมอ







