
มิควรบิดเบือน
ผู้มีหน้าที่สื่อข่าว ควรสำนึกอยู่เสมอว่างานที่ทำเป็นงานสำคัญและมีเกียรติสูง การแพร่ข่าวโดยขาดความระมัดระวัง หรือแม้แต่คำพูดง่ายๆ เพียงนิดเดียว ก็สามารถจะทำลายงานที่ผู้มีความปรารถนาดีทั้งหลาย พยายามสร้างด้วยความยากลำบากเป็นเวลาแรมปี
โดย...ขำ เคืองใจ
“น้อมส่งองค์ภูมินทร์มหาราชาสู่สวรรคาลัย ด้วยจิตรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช”
ข้าพระพุทธเจ้า จักประพฤติปฏิบัติด้วยความสัตย์ซื่อในวิชาชีพการทำงาน และดำรงตนในฐานะพลเมืองที่ดีของชาติสืบต่อไป ดั่งคำกล่าวที่ว่า “ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป”
ในภาวะบ้านเมืองเกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ พี่น้องประชาชนล้วนเศร้าโศกเสียใจ แต่เราทุกคนยังต้องดำเนินชีวิตต่อไปด้วยจิตใจมั่นคงเข้มแข็งและอดทน
มหาคุณปูการของพ่อหลวงทำให้แผ่นดินไทยพัฒนาถาวร พระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ
ฉะนั้น หลับตา ตั้งสมาธิ ตื่นขึ้นมา พร้อมก้าวเดินตามรอยเท้าของพ่อ ความสุข สงบ เย็น จะบังเกิดทั้งต่อตนเองและสังคมโดยรวม
ความเป็นวิชาชีพสื่อมวลชน ทำให้หวนรำลึกเสมอถึงคำสั่งสอนพระองค์ท่าน ดั่งความว่า “ผู้มีหน้าที่สื่อข่าว ควรสำนึกอยู่เสมอว่างานที่ทำเป็นงานสำคัญและมีเกียรติสูง การแพร่ข่าวโดยขาดความระมัดระวัง หรือแม้แต่คำพูดง่ายๆ เพียงนิดเดียว ก็สามารถจะทำลายงานที่ผู้มีความปรารถนาดีทั้งหลาย พยายามสร้างด้วยความยากลำบากเป็นเวลาแรมปี เหมือนฟองอากาศนิดเดียว ถ้าเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดก็สามารถปลิดชีวิตคนได้”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานแก่นักธุรกิจและนักหนังสือพิมพ์ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2510 ณ พิพิธภัณฑ์เมโทรโปลิตัน มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
หรือเมื่อวันนักข่าว 5 มี.ค. 2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำรัสต่อสภาการวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง “การใช้เสรีภาพเพื่อความปรองดองสมานฉันท์”
ความว่า “การมีเสรีภาพนั้นเป็นของดีอย่างยิ่ง แต่เมื่อจะใช้ จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและความรับผิดชอบมิให้ล่วงละเมิดเสรีภาพของผู้อื่นที่เขามีอยู่เท่าเทียมกัน ทั้งมิให้กระทบกระเทือนถึงสวัสดิภาพและความเป็นปกติสุขของส่วนรวมด้วย มิฉะนั้นจะทำให้มีความยุ่งยาก จะทำสังคมและชาติประเทศต้องแตกสลายจนสิ้นเชิง”
อีกหลายกระแสพระราชดำรัสนำมาร้อยเรียงศึกษาปฏิบัติได้ดั่งนั้นแล้ว สังคมประเทศชาติย่อมมีแต่ความสุขความเจริญ
เพลานี้โลกของการสื่อสารเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้มีแค่หนังสือพิมพ์ สถานีโทรทัศน์ไม่กี่ช่อง สถานีวิทยุไม่กี่คลื่น แต่ยุคที่มีสื่อดิจิทัล สื่อมือถือ สื่อโซเชียลมีเดีย ทำให้ทุกคนสวมบทบาทเป็นสื่อมวลชนกันได้หมด ต่างผลิตข้อมูลออกมาเผยแพร่ได้อย่างหลากหลาย รวดเร็ว เข้าถึงยิ่งขึ้น
ทว่า ข้อมูลที่ถูกนำมาเผยแพร่ส่งต่อกันไปหลายต่อหลายเรื่องไม่ได้กลั่นกรอง แม้แต่เหตุการณ์มหาวิปโยคของแผ่นดินครั้งนี้ ที่มีการเสนอทั้งข้อมูลเท็จบ้าง หรือจริงก็เป็นความจริงไม่ครบถ้วน จึงต้องได้รับการตรวจสอบให้มากยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะผู้มีวิชาชีพสื่อมวลชนในสายเลือดหรือสื่อกระแสหลัก จำเป็นต้องมีหน้าที่สร้างความเข้าใจให้สังคมอีกทางหนึ่ง เพื่อมิให้เกิดความสับสนตามกระแสข่าวอันบิดเบือน







