
การลงทุนมาคู่กับความเสี่ยง (2)
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
โดย ปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายงานเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ครั้งที่แล้ว ผมได้เล่าเรื่องของการชักชวนให้ลงทุน ที่มีทั้งแบบที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำเลย เพราะเป็นการหลอกลวง ไม่ได้มีการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจใด ๆ อย่างเช่นแชร์ลูกโซ่ และแบบที่กฎหมายให้ทำได้
แต่ต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง เพราะเกี่ยวกับเงินทองของประชาชน เช่น การระดมทุนจากประชาชน
นอกจากการระดมทุนจากประชาชนที่ต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. แล้ว ก็ยังมีรูปแบบการทำธุรกรรมด้านการลงทุนอื่น ๆ ที่พบ และอาจเข้าข่ายเป็นธุรกิจที่ ก.ล.ต. กำกับดูแลตามกฎหมายหลักทรัพย์ หรือกฎหมายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งผมจะขอเล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบหรือระมัดระวัง เมื่อมีคนมาชักชวนให้ลงทุนนะครับ
รูปแบบแรก การทำธุรกิจเป็นตัวกลางให้เกิดการซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น ไปชักชวน แนะนำ หรือชี้ช่อง ให้คนมาลงทุนในหุ้น ในลักษณะที่เป็นนายหน้า ก็จะเข้าข่ายการเป็น "นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์” ธุรกรรมแบบนี้จะต้องได้รับใบอนุญาตประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ก่อน จึงจะประกอบธุรกิจได้
อีกรูปแบบหนึ่งก็คือ การที่มีผู้ชักชวนให้เราไปจ่ายค่าสมาชิก หรือเสียเงินสมัครบริการที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับมูลค่าหรือราคาของหลักทรัพย์หรือความเหมาะสมในการลงทุน เช่น แนะนำว่า หุ้นตัวนี้ ควรซื้อหรือขาย ราคาที่เหมาะสมเป็นอย่างไร แบบนี้ก็อาจเข้าข่ายต้องได้รับอนุญาต “การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน” ครับ
รูปแบบต่อมา การชักชวนให้นำเงินมาลงทุนในหลักทรัพย์ โดยรับบริหารจัดการเงินลงทุนให้ และได้รับค่าตอบแทน อย่างที่เคยพบก็เช่น ชวนคนมาลงทุน โดยบริษัทรับบริหารจัดการ แล้วก็โฆษณาว่าจะได้ผลตอบแทนตามที่กำหนด ซึ่งการบริหารจัดการเงินลักษณะนี้ ต้องใช้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพดำเนินการ ธุรกรรมแบบนี้ก็อาจเข้าข่าย
“การจัดการกองทุนส่วนบุคคล” ซึ่งก็ต้องได้รับใบอนุญาตเช่นกัน
บางครั้งผู้ที่มาชวนก็อาจจะอ้างว่าได้จดทะเบียนหรือได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจากต่างประเทศแล้ว ก็ขออธิบายว่า ถ้าจะมาประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยมาชักชวนคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือคนต่างชาติ ก็ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายหลักทรัพย์ของไทยด้วยนะครับ
การที่กฎหมายระบุให้การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ต้องได้รับอนุญาตที่ถูกต้อง ก็เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่า ผู้ลงทุนจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ครับ โดย ก.ล.ต. จะกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจ ให้มีการบริหารจัดการและระบบงานที่คำนึงถึงประโยชน์ลูกค้าและความน่าเชื่อถือของตลาดทุนโดยรวมเป็นสำคัญ มีบุคลากรที่มีคุณภาพและปฏิบัติงานแบบมืออาชีพ มีระบบบริหารจัดการ
ความเสี่ยงที่รัดกุม และมีฐานะการเงินมั่นคง ให้สมกับที่ผู้ประกอบธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของประชาชน โดยหากประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต ก็จะมีความผิด ที่อาจได้รับโทษจำคุกและปรับ
ท่านสามารถตรวจสอบว่าผู้ชักชวนให้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับหลักทรัพย์ตามที่ผมได้เล่ามาข้างต้นนี้ ได้รับอนุญาตหรือไม่ ได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. www.sec.or.th ภายใต้หัวข้อ License Check และ Alert List นะครับ และหากพบบุคคลที่น่าสงสัยว่าทำธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็สามารถแจ้งเบาะแสมาที่ ก.ล.ต. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 1207 หรือ email: [email protected] เพื่อที่ ก.ล.ต. จะได้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป หรือหากต้องการสอบถามหรือขอคำปรึกษาก็สามารถติดต่อมาตามช่องทางดังกล่าวได้เช่นกันครับ
“ก.ล.ต. ดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ”







