
ชำระความ
“กฎหมายทำงาน กระบวนการยุติธรรมกำลังขับเคลื่อน” กล่าวขึ้นมาแบบนี้เพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องใครเป็นผู้ถืออำนาจอยู่ในขณะนี้
โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]
“กฎหมายทำงาน กระบวนการยุติธรรมกำลังขับเคลื่อน” กล่าวขึ้นมาแบบนี้เพื่อให้เห็นว่า ไม่ใช่เรื่องใครเป็นผู้ถืออำนาจอยู่ในขณะนี้ กำลังไล่เช็กบิลฝ่ายที่อยู่คนละขั้วหรอกนะครับ
เพราะถ้าไล่เลียงคดีความที่เกี่ยวข้องกับบุคคลทางการเมืองในระยะหลังๆ ล้วนแต่ต้องคดีความค้างเก่า โดยเข้าสู่สารบบขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและศาลสถิตยุติธรรม
นึกเร็วๆ ตั้งแต่กรณี สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ในคดีทำเอกสารกู้เงินเท็จ ต่อสู้กันถึงสามศาลกระทั่งมา พ.ศ.นี้ ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 20 ปี นั่นเอง
หรือไปดูที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน ประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย กรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่แทรกแซงการทำงานองค์การตลาด ถูกตัดสิทธิการเมือง 5 ปี
ตามมาด้วย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม เพิ่งถูก สนช.ถอดถอน จากกรณีใช้ตำแหน่งหน้าที่แทรกแซงการแต่งตั้งนายทหารระดับสูง ซึ่งเป็นเรื่องค้างมาก่อนที่ คสช.เข้ายึดกุมอำนาจ
ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติชี้มูลความผิด 3 อดีต สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ปมแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา สว.โดยมิชอบ โดยเตรียมส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเสนอ สนช.ถอดถอน
ต่อคิวรอชำระความอีกล็อต เห็นจะเป็น 40 อดีต สส.พรรคเพื่อไทย เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ดูเหมือนเรื่องจะเข้าหูอดีต สส.ว่าจะพิจารณาความเร็วๆ นี้
จึงรวมตัวไปยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช.ขอให้พิจารณาทบทวนการแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง เนื่องจากมองว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในขอบข่ายอำนาจหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องไต่สวน
ส่วนแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 4 ราย ถนัดใช้วาทกรรมปลุกระดมสร้างความปั่นป่วนท้าทายกฎหมายกบิลเมือง ในที่สุดอัยการสูงสุดยื่นศาลขอให้ถอนประกัน
ทราบมาว่าจะมีการเลื่อนไต่สวนจากเดือน ม.ค. 2560 มาเป็นวันที่ 3 ต.ค. 2559 หากศาลพิจารณาว่าพฤติกรรมแกนนำ นปช.กระทำผิดเงื่อนไขขอประกันต้องถูกควบคุมเข้าเรือนจำ
ไม่ใช่แต่ นปช.หรอกนะครับ อย่างวานนี้ ศาลอาญาตัดสิน 3 อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ หรือรู้จักในนามสามเกลอรายการสายล่อฟ้า จำคุก 1 ปี ปรับ 5 หมื่นบาท โดยโทษจำคุกรอลงอาญาไว้ก่อน จากคดีหมิ่นประมาท ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณี ว.5 โฟร์ซีซั่น
ยังมีคดีความผู้เกี่ยวข้องทางการเมืองอีกมากมายก่ายกองรอชำระความ ซึ่งเห็นได้ว่าไม่ได้ดำเนินการต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นการเฉพาะ
ในเมื่อมีพฤติกรรมส่อไปในทางที่ผิด องค์กรตามกฎหมายมีหน้าที่ตรวจสอบพิจารณาวินิจฉัยพร้อมเปิดให้ผู้ถูกกล่าวหาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม
“คนทำผิดต้องได้รับการลงโทษ ส่วนผู้บริสุทธิ์ได้รับอิสรภาพ” จะออกไปในทางไหน ล้วนเริ่มต้นจากเจตนาการกระทำของเราท่านทั้งสิ้น
แต่เชื่อมั้ยครับ... นักการเมืองเมืองไทยมิเคยสำนึกรู้สึกตัวสักที







