posttoday
อยากได้เงินมาทำธุรกิจต้องพิชิต 10 ข้อนี้

อยากได้เงินมาทำธุรกิจต้องพิชิต 10 ข้อนี้

06 กันยายน 2559

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง

ยุคนี้ใครๆก็อยากมีธุรกิจส่วนตัวแต่ปัญหาคือ "เงินลงทุน" ..หลายคนบอกว่าก็เอาเงินเก็บเรานั่นแหละมาลงดีไหม ? ..."ไม่ดีครับ" ...เงินเราต้องเป็นเงินสแปร์คือ "เงินฉุกเฉิน" -- การทำธุรกิจย่อมมีอุปสรรคการทุ่มใช้เงินตัวเองลงหมดอาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี

เราสามารถเรียนรู้การเริ่มทำธุรกิจที่เรียกว่า Start-Up ได้จากหลายๆบริษัทที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ..คนเหล่านี้ล้วนได้เงินมาจากนักลงทุน ..ที่เรียกว่า Venture Capital หรือ Angel Investor (นักลงทุนส่วนบุคคลที่ชอบลงทุนในธุรกิจ Start-Up)

ในเมืองไทยเราเริ่มมี Angel Investor มากขึ้นนั่นหมายถึงโอกาสที่คนธรรมดาที่อาจไม่ได้เกิดมารวยแต่มีความสามารถก็มีโอกาสในการทำธุรกิจแบบเด็กฝรั่งได้

ข้อดีของการใช้เงินคนอื่น ..คือเราต้องรอบคอบมากขึ้นคิดมากขึ้น ...เพราะการจะได้เงินจากคนอื่นเช่น Angel Investor ..ไม่ใช่เรื่องง่ายการะดมทุนจากนักลงทุนก็คือการนำแนวคิดการทำธุรกิจของเรามาทดสอบโดยนักลงทุนที่มีประสบการณ์มาดูว่าสิ่งที่เราคิดน่ะเป็นไปได้ทางธุรกิจแค่ไหน ...มโนไหม ? ...นี่แหละข้อดี

(หลายครั้งที่คนทำธุรกิจใช้เงินตัวเองก็เอาเงินลงไปเลยโดยที่ในความจริงแนวคิดนั้นๆอาจไม่ Make Sense เลยก็ได้ ...การได้นักลงทุนมาช่วยกลั่นกรองก็ทำให้แผนธุรกิจเรามีความเป็นไปได้มากขึ้นโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นนั่นเอง ...ใช่!! การใช้เงินคนอื่นก็มีข้อดีไม่น้อยครับ)

มาดูกันว่าสิ่งที่นักลงทุนจะใช้ดูว่าจะให้เงินลงทุนเราหรือไม่มี10 ข้อดังนี้

1. "เขาดูว่าเรามีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมจริงๆหรือไม่" ...อันนี้เป็นปัญหาของเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมคือเขียนแผนธุรกิจแบบไม่เข้าใจอุตสาหกรรมจริงๆว่าในโลกจริงๆเขาทำงานกันอย่างไร ...อันนี้อาจมีโอกาสสำเร็จต่ำ ...ดังนั้นถ้าอยากทำธุรกิจอะไรลองแอบไปสมัครงานในอุตสาหกรรมนั้นๆก่อนเพื่อที่จะเข้าใจการทำธุรกิจจริงๆก่อนที่จะเขียนแผนธุรกิจจะทำให้แผนเรามีความเป็นไปได้มากขึ้น

2. "ความมุ่งมั่นทะเยอทะทาน" ..นักลงทุนที่ลงทุนในธุรกิจ Start-Up จะมองหลักๆที่ทีมผู้ก่อตั้งดูว่ามีความมุ่งมั่นสู่เป้าหมายแบบ "กัดไม่ปล่อยแค่ไหน" ... การเริ่มธุรกิจโดยเฉพาะ Start-Up เป็นการหาความแตกต่างในการทำธุรกิจ -- "คุณต้องชี้ให้ลูกค้าเห็นว่าสิ่งที่เป็นอยู่มันมีข้อจำกัดและเรามีข้อเสนอที่ดีกว่าถูกกว่าเร็วกว่าชัดเจนกว่าเล็กกว่าคล่องกว่าสะดวกกว่า ..."

3. "ความมีวินัย" ..ถ้าพูดภาษาตรงๆคือ "ดูความบ้าของเรา" ...เราต้องไม่โชว์ Slow Life เพราะแน่นอนนักลงทุนที่จะเงินเขามาลงทุนในเราย่อมต้องการเห็นเราทำงานอย่างหนักเพื่อให้ธุรกิจสำเร็จและให้เขาได้กำไรจากการลงทุนที่ลงกับเรา ...ดังนั้นต้องทำงานอย่างบ้าคลั่งไม่ Slow Life นะจริงๆ

4. "ธุรกิจเราต้องแก้ปัญหาที่คนยอมจ่ายเงิน" ...อันนี้ตรงๆเลยว่าการทำธุรกิจไม่ใช่แค่แก้ปัญหาให้คนเฉยๆ ..แต่ปัญหานั้นลูกค้าต้องยอมจ่ายเงินด้วยจึงจะเรียกว่าโอกาสธุรกิจ ...ยกตัวอย่างธุรกิจเล็กๆอาจไม่ยอมจ่ายค่าโฆษณาลงทีวีเพราะเงินที่ลงทุนอาจไม่คุ้มค่าหรือขนาดธุรกิจไม่เหมาะกับจำนวนเงินเยอะๆที่ต้องจ่ายแต่ธุรกิจเล็กอาจจะยอมจ่ายเงิน Facebook หรือ Google เพื่อโฆษณาแบบเฉพาะกลุ่มที่ตรงไปที่เป้าหมายโดยตรง ...เราต้องหาให้ได้ว่าปัญหาอะไรที่ลูกค้ายอมจ่ายอันนี้แหละโอกาส !!

5. "ขยายได้" ..หลักการของ Start-Up คือ Scalable "ต้องขยายได้" ...ยุคนี้คือยุค Information Age เป็นยุคของข้อมูลข่าวสารและTechnology ..ธุรกิจในยุคนี้จึงต้องใช้แรงงานให้น้อยแต่ใช้เครื่องทุ่นแรงให้มาก ...พูดง่ายๆว่าเราต้องเอา Technology มาใช้ให้ธุรกิจเราต้นทุนต่ำกว่าแต่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเช่นถ้าขายของผ่านหน้าร้านปกติจะมีต้นทุนสูงกว่าขายของออนไลน์แต่เราต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าจะให้ลูกค้าซื้อออนไลน์อย่างไร ..เราต้องคิดค้าขายโดยไม่ติดกรอบทางกายภาพ ..ไม่มีระยะทางเป็นอุปสรรค ..ไม่มีเวลาค้าขายเป็นอุปสรรค ..ไม่มีภาษาเป็นอุปสรรค ..ไม่มีแรงงานจำนวนมากๆเป็นต้นทุน ...ขยายและแตกตัวอย่างรวดเร็วในต้นทุนที่ต่ำกว่าธุรกิจดั้งเดิม

6. "ดีกว่าเดิมมหาศาล" ...หลายคนคิดว่าการทำธุรกิจคือการทำให้ดีกว่าคู่แข่งเช่นทำอาหารอร่อยกว่าก็คิดจะเปิดร้านอาหารนั่นเป็นความคิดที่ใช้ไม่ได้ในธุรกิจ Start-Up เพราะมันเป็นความได้เปรียบที่ไม่ดีพอเพราะคู่แข่งสามารถปรับตัวให้อร่อยขึ้นได้ไม่ยาก ...ดังนั้นธุรกิจเราต้องดีกว่าที่คนอื่นๆทำมหาศาลเช่น Netflix ชนะร้านวิดีโอปกติเพราะเขาคิดวิธิให้คนดูหนังแบบใหม่โหลดเอาไม่ต้องเช่า -- ใช่!! มันต้องตีลังกาคิดจากสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าคิดเป็นจุดตั้งต้น !!

7. "เลียนแบบยาก" ..ธุรกิจ Start-Up ที่ดีต้องเลียนแบบยาก ..ต้องคิดสิ่งที่คู่แข่งไม่สามารถทำตามได้ง่ายๆมีจุดเด่น ,จุดแข็ง , มีตรายี่ห้อที่น่าเชื่อถือ , มีระบบที่เหนือชั้นอย่าง Google , ควบคุม Platform ในการเชื่อมต่อลูกค้าอย่างAirbnb -- พยายามคิดให้ฉีกคิดให้เยอะไปให้ไกลล้ำให้สุดอย่าหยุดแม้เป็นผู้นำแล้ว !!

8. "มีความเชื่อมั่นในตัวเองและมีความเป็นผู้นำ" ..เรื่องนึงที่สำคัญมากสำหรับเจ้าของธุรกิจ Start-Up คือคุณต้องฝึกพูดต่อหน้าสาธาณะ ..โลกปัจจุบันคือโลกแห่งการขายความคิดขายไอเดีย ...ต้องกล้าพูดกล้าเป็นผู้นำ

9. "มี Roadmap ที่ชัดเจน" ...มีแผนที่เดินทางสู่เป้าหมายที่ชัดเจน ...ทุกความสำเร็จล้วนเกิดจากการวางแผนแล้วค่อยๆเดินตามแผนนั้นด้วยความอดทน ...ปัญหาของคนยุคนี้มีฝันแต่ไม่มีแผนที่จะเดินสู่ความฝันมันจึงเป็นเพียงแค่ฝัน -- เราต้องเขียนแผนอย่างชัดเจนสำหรับจัดการฝันนั้น !!

10. "Monetization" ..ทุกธุรกิจจะอยู่อย่างยั่งยืนต้องทำกำไร ..ดังนั้นการทำธุรกิจจะต้องเห็นกำไรด้วย ...ลูกค้า เขาโหวดความชอบของสินค้าและบริการผ่านสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเขา ก็คือ "เงิน" -- ลูกค้าจะโหวดว่าสินค้าและบริการของเราแก้ปัญหาและเป็นประโยชน์ต่อชีวิตเขาตามจำนวนเงินที่เขาจ่าย ..."สร้างประโยชน์แก้ปัญหาเพื่อแลกเงินนั่นแหละหลักการของธุรกิจที่ยั่งยืน"

ลองสำรวจว่าธุรกิจของเรามี 10 ข้อนี้หรือไม่ ...ถ้ามีก็คงหาเงินจากนักลงทุนได้ไม่ยาก !!

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม