posttoday
ยุค คสช.ไม่มีระเบิด?

ยุค คสช.ไม่มีระเบิด?

30 สิงหาคม 2559

คําพูดที่ว่า “ยุค คสช.ไม่มีระเบิด” ซึ่งถูกพูดถึงกันปากต่อปากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับการพิสูจน์แล้วขณะนี้ว่า เป็นเพียง “มายาคติ” ไม่ใช่เรื่องจริง

โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]

คําพูดที่ว่า “ยุค คสช.ไม่มีระเบิด” ซึ่งถูกพูดถึงกันปากต่อปากตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับการพิสูจน์แล้วขณะนี้ว่า เป็นเพียง “มายาคติ” ไม่ใช่เรื่องจริง

เพราะในยุคที่มีกลไกพิเศษ ซึ่งเรียกว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนายกรัฐมนตรี เป็นอดีต ผบ.ทบ. คณะรัฐมนตรีเป็นทหารมากกว่าครึ่ง และ สนช. สปท. มีทหารเข้าไปนั่งกันล้นหลามนั้น เหตุระเบิดกลับถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และลุกลามมากกว่าเก่า

ไม่ว่าจะเป็น เหตุระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม เหตุระเบิดห้างสรรพสินค้าที่เกาะสมุย เหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณ เหตุระเบิดหลายจังหวัดภาคใต้ และเหตุ “คาร์บอมบ์” ในเมืองปัตตานีไม่กี่วันก่อน

ว่ากันเฉพาะเหตุวินาศกรรมที่ศาลพระพรหมนั้น ถือเป็นเหตุวินาศกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย มีผู้เสียชีวิตเกิน 20 ราย แต่ผ่านมา 1 ปี ยังจับผู้ต้องหาได้เพียงคนเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านี้สมมติฐานโยงไปถึงขบวนการมากมาย

หรือเหตุระเบิด 8 จังหวัด เมื่อช่วงวันแม่ รัฐบาลก็ยังยึกยักๆ หลายรอบ ตอนแรกตัดขบวนการก่อความไม่สงบ 3 จังหวัดใต้ออก ตั้งเป้าไปที่เรื่องการเมือง จนกระบวนการสืบสวนสะเปะสะปะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการตามจับ “คนเชียงใหม่” ที่ทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมัน ว่าเป็นคนเผาห้างสรรพสินค้า

หรือการคุมตัวแนวร่วม “ผู้สูงอายุ” สมาชิกพรรคแนวร่วมปฏิวัติเพื่อประชาธิปไตย (นปป.) 15 คน อายุรวมกันเป็นพันปี โดยออกข่าวครึกโครมว่า มีส่วนร่วมวางแผนเหตุระเบิด จนสุดท้ายต้องมาแก้เกี้ยวว่าคนกลุ่มนี้เป็นพวกอั้งยี่ ซ่องโจร ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ ฯลฯ

หลังจากเป๋ไปเป๋มาสักระยะ สุดท้ายกระบวนการสืบสวนก็หันหัวไปที่ขบวนการชายแดนใต้ ทั้งที่รัฐบาลรีบตัดสมมติฐานนี้ออกตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ แม้ว่าลักษณะการประกอบระเบิดจะถูกพิสูจน์โดยหน่วยอีโอดีตั้งแต่แรกว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับการก่อการร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่สำคัญก็คือ เหตุระเบิดทั้ง 2 ครั้ง รัฐบาลรีบปัดสวะให้เป็นเรื่องของ “การเมือง” โดยพุ่งเป้าไปยังฝ่ายตรงข้าม ทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน จนสุดท้ายก็ทำให้ได้เห็นว่ารัฐบาลที่หลายคนชมนักชมหนาว่ามีจุดเด่นด้านความมั่นคงนั้น “สะเพร่า” มากเพียงใด

สัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เพิ่งมีการ “ยกระดับ” ความรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อคนร้ายเลือกนำ “รถพยาบาล” มาบรรทุกระเบิด แล้วจุดชนวนหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งกลางเมือง จนมี
ผู้เสียชีวิต สร้างความหวาดกลัวในพื้นที่เพิ่มขึ้นไปอีก

คำถามสำคัญก็คือ ในห้วงเวลาที่รัฐ “หลงทาง” ไปมานั้น ได้เปิดโอกาสให้คนร้ายตัวจริง “ลอยนวล” ใช่หรือไม่ และตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น “การข่าว” และงานด้านความมั่นคง ที่รัฐบาลทุ่มงบประมาณไปมหาศาล ได้ทำอะไรไปแล้วบ้างเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชน

หาก คสช.ยังหลงทาง มุ่งเป้าแต่ “กำจัด” กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม โดยมองไม่เห็นปัญหา “ความมั่นคง” ของจริง คนไทยก็ยังต้องอยู่ในสภาวะ “ระทึกขวัญ” ต่อไป เพราะทุกวินาทีที่คนร้ายตัวจริง ยังไม่ถูกจับ ก็หมายความว่าเหตุระเบิดอาจเกิดขึ้นได้อีกทุกเมื่อ

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย