posttoday
คัดกรองหุ้นเมกะเทรนด์ด้วยตัวท่านเอง

คัดกรองหุ้นเมกะเทรนด์ด้วยตัวท่านเอง

10 พฤษภาคม 2559

โดย พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต email: [email protected]

โดย พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต email: [email protected]

อุตสาหกรรมใดจะโตยาวนานเป็น “เมกะเทรนด์” หุ้นตัวไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากแนวโน้มนั้น และราคาหุ้นนั้นยังเหมาะสมสำหรับการลงทุนหรือไม่ เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับการลงทุนระยะยาว

บทความนี้ไม่ได้ตอบคำถามข้างต้นโดยตรง แต่จะพยายามจะสอนวิธี “ตกปลา” แทนที่จะให้ปลาโดยตรง

แรกสุด ลองย้อนกลับไปดูเบื้องหลังการค้นหาหุ้นเมกะเทรนด์โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์หุ้นแบบ Top-Down ที่ช่วยจำกัดขอบเขตการวิเคราะห์ให้แคบลง ประหนึ่งนักลงทุนมีมุมมองแบบนกที่บินสูง จึงมองภาพกว้างได้ดีกว่า

จากนั้น ค่อยทุ่มสรรพกำลังลงไปค้นหาหุ้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เข้าเงื่อนไขเป็นเมกะเทรนด์

เนื่องจากเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนคนหนึ่งจะติดตามพัฒนาการของทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีมากกว่า 600 บริษัท

เมื่อผนวกกับแนวคิดการวิเคราะห์แบบ Bottom-Up ที่ช่วยวิเคราะห์แบบเจาะลึกทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รวมถึงเชิงเปรียบเทียบของหุ้นทุกตัวในอุตสาหกรรม จะช่วยคัดกรองหุ้นผู้ชนะในระยะยาวที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นเมกะเทรนด์ รวมถึงประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนอีกด้วย

บทความนี้แบ่งเป็นหลายส่วน เริ่มด้วยการวิเคราะห์ Top-Down เพื่อค้นหาอุตสาหกรรมที่โตต่อเนื่องเป็นเมกะเทรนด์ จากนั้นจะต่อยอดโดยใช้การวิเคราะห์แบบ Bottom-Up เพื่อค้นหาหุ้นผู้ชนะในแต่ละอุตสาหกรรม  
 
เริ่มด้วยการทำความรู้จักกับเมกะเทรนด์ก่อน

เมกะเทรนด์ คือแนวโน้มหลักทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน การอยู่ การใช้สินค้าและบริการต่างๆ จนผลักดันให้ยอดขายของบางอุตสาหกรรมเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนาน แม้บางช่วงเวลาภาวะเศรษฐกิจอาจเป็นขาลงบ้างก็ตาม

เมกะเทรนด์อาจเกิดจากการพัฒนาของใหม่ให้ดีกว่าหรือสะดวกกว่าของเดิมจนคนเปลี่ยนมาใช้ของใหม่ เช่น กล้องฟิล์ม ถูกแทนที่ด้วยกล้องดิจิตัล ในเวลาต่อมาก็ถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดไปโดยสมาร์ทโฟน เป็นต้น

เมกะเทรนด์อาจเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ เมื่อรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจนถึงจุดหนึ่ง จำนวนคนที่มีความสามารถที่จะใช้ก็อาจมากขึ้นเป็นทวีคูณ โดยที่สินค้านั้นอาจไม่ได้เป็นของใหม่อะไร เช่น การใช้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชน การท่องเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

เมกะเทรนด์ที่รู้จักกันทั่วไปก็เช่น ภาวะความเป็นเมืองที่ขยายตัวไปเรื่อยๆ (Urbanization) และไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว 

เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวเป็นส่วนใหญ่ตลอดช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้มาตรฐานการครองชีพดีขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนมีโอกาสทางการศึกษาและทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จึงมีโอกาสในการเลื่อนชั้นทางสังคมมากขึ้น 

การขยายตัวของชนชั้นกลาง ผนวกกับการเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคเกษตร เข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ สังคมไทยก็พัฒนาไปสู่สังคมเมืองมากขึ้นตามลำดับ
การขยายตัวของสังคมเมืองทำให้วิถึการดำรงชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบคนเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวมีขนาดเล็กลง การใช้ชีวิตเร่งรีบเมื่อเทียบกับสังคมชนบท
เพื่อสนองตอบความต้องการของคนเมือง จึงจำเป็นที่จะต้องขยายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน รถไฟฟ้า รถไฟรางคู่ หรือท่าเรือขนส่งสินค้า รวมถึงระบบการศึกษา ประกันสุขภาพ และการจ้างงานต่างๆ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การใช้โซเชียลมีเดีย อินเตอร์เน็ตและการเข้าถึงแหล่งข้อมูลออนไลน์เพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจอีคอมเมอร์ซเติบโตอย่างก้าวกระโดด
เมกะเทรนด์ที่เกิดควบคู่กันกับการขยายตัวของสังคมเมือง คือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ที่นำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรผู้สูงอายุ (Aging society) ที่ส่งผลให้คนมองหาการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังซื้อในกลุ่มคนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

อุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงข้างต้นอย่างชัดเจนก็เช่น โมเดิร์นเทรด โรงพยาบาล ประกันภัย ไมโครไฟแนนซ์ บัตรเครดิต ธุรกิจการท่องเที่ยว  เป็นต้น
สัปดาห์หน้ามาต่อกันครับ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม