posttoday
มุมมองที่เปลี่ยนไป หลังผลการประชุมธนาคารกลาง

มุมมองที่เปลี่ยนไป หลังผลการประชุมธนาคารกลาง

25 มีนาคม 2559

โดย เจษฎา สุขทิศ, CFA &ชยนนท์ รักกาญจนันท์, AFPT INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

โดย เจษฎา สุขทิศ, CFA &ชยนนท์ รักกาญจนันท์, AFPT  INFINITI Global Investors, The Ultimate Investment Solution

ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นมหกรรมการประชุมธนาคารกลางทั่วโลก นับตั้งแต่ ECB, BOJ, Fed, BOE และต่อด้วย ที่ประชุม กนง. ของไทย ซึ่งจริงๆแล้วก็ยังมีธนาคารกลางอีกหลายประเทศที่ประชุมนโยบายในเวลาไล่เลี่ยกัน วันนี้ 2 กูรู จะมาตีความและสร้างกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมหลังจากนี้ให้ได้อ่านกัน

เจษฎา : ในมุมมองของคุณแบงค์ ผลการประชุมโดยรวม ออกมาถือว่าดีหรือไม่ดี?

ชยนนท์ : ถ้าเอามุมมองของธนาคารกลางทั้งหลายต่อเศรษฐกิจโลกเนี่ย ผมมองว่า ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะทุกประเทศออกมาในเชิงว่า พร้อมจะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง มันหมายความว่า เศรษฐกิจโดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง ยังมีโอกาสชะลอตัวได้ทุกเมื่อ ไปแบบนี้ จะบอกว่า ผลการประชุม ออกมาถือว่าดี ก็คงยาก

เจษฎา  : แล้วมันมีมุมมองที่มองได้ว่าออกมาดีด้วยหรอคุณแบงค์?

ชยนนท์ : ก็ในเมื่อเศรษฐกิจมันยังไม่ดี มันเลยสะท้อนว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย และทำให้ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ไม่แข็งค่าเร็วอย่างที่นักลงทุนมีมุมมองเช่นนั้นในช่วงปลายปีที่แล้วที่เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย

เจษฏา : พอค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯมีแนวโน้มอ่อนค่า ก็ดีกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งซื้อขายกันเป็นสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ เราเลยเห็นว่า ราคาทองเอย ราคาน้ำมันเอย ก็เลยขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี และมีเงินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชียด้วย

ชยนนท์ : ที่ยังต้องติดตามกันต่อก็คือ ถึงแม้ที่ประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯจะชะลอการดอกเบี้ย และปรับลดประมานการณ์ดอกเบี้ย (Dot Plot) จะปรับลดลงเหลือ 0.88% ภายในสิ้นปี 2016 นี้ก็ตาม แต่ความเห็นของผู้ว่าฯเฟดหลายคน ก็ยังมีความเชื่อว่า เฟดควรขึ้นดอกเบี้ยได้ตั้งแต่เดือน เม.ย. นี้เลย ทำให้เงินทุนไหลไปไหลมาค่อนข้างผันผวนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจษฎา : ผมกังวลกับเศรษฐกิจไทยอยู่เหมือนเดิมนะ ล่าสุด กนง.ปรับลดประมานการณ์ขยายตัวเศรษฐกิจจากเดิม 3.5% เหลือ 3.1% มันสะท้อนมุมมองของผู้กำหนดนโยบายว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ตอนต้นปี สิ่งนี้ละ ที่มันไม่สอดคล้องกับเงินทุน (Fund Flow) ที่ไหลเข้ามาลงทุนในไทยช่วงสั้น และทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว

ชยนนท์ : คุณจะบอกว่า คุณไม่เชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยจะขึ้นได้ยาว อย่างงั้นใช่ไหม?

เจษฏา : ผมก็อยากให้หุ้นไทยขึ้นไปยาวๆนะ ไม่ใช่ไม่ยาก แต่การวิ่งขึ้นไปโดยที่พื้นฐานเศรษฐกิจไม่รองรับ กำไรบริษัทจดทะเบียนโตไม่ทัน มันไม่ยั่งยืนนี่สิ สิ่งนี้เลยทำห้ผมคิดว่า นักลงทุนควรระมัดระวังในการลงทุนในช่วงนี้พอสมควร อย่างเพิ่งดีใจเยอะเกินไป

ชยนนท์ : ผมกลับมองว่า ถ้าตราบใดที่ประเทศแกนหลักของโลกอย่าง ยุโรป และญี่ปุ่น เศรษฐกิจยังไม่ดี ทั้งๆที่มี QE ทยอยออกมาทุกๆเดือน มันอาจทำให้เงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทยมากขึ้น เหตุผลก็คือ ระหว่างที่ที่ดูแย่ กับที่ที่ดูแย่มากๆ คุณว่านักลงทุนจะเลือกที่ไหน? ดังนั้น มีโอกาสนะครับที่เงินทุนจะไหลเข้ามากขึ้น และดันตลาดหุ้นไทยไปไกลกว่าวันนี้ และทำให้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ต่ำลงไปกว่าวันนี้อีกก็ได้

เจษฎา : มันจะไหลมาได้มากขึ้นหรอคุณแบงค์ ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มี.ค. อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี อยู่ที่ 1.87% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย อยู่ที่ 1.82% แสดงให้เห็นว่า พันธบัตรไทยให้ผลตอบแทนต่ำกว่า พันธบัตรสหรัฐฯ ทั้งๆที่ Credit Rating ต่างกันพอสมควร ผมว่า เงินทุนไหลเข้ามาได้ไม่มากกว่านี้หรอกครับ

ชยนนท์ : แต่ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้ เดี๋ยวเราก็จะเห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯลดลงมาอีกนะคุณเจท แล้วเงินก็จะกล้าไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกก็ได้ สุดท้าย เรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องจับตาดู Fund Flow ก็ไม่พ้นเรื่องเดิม นั้นก็คือ เฟด จะขึ้นดอกเบี้ยได้เมื่อไหร่ ด้วยอัตราเร่งแบบไหน นี่ละครับ ตัวตัดสินทิศทางการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม