
เงินทุนไหลเข้าผลักหุ้นแกว่งขึ้น
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต / [email protected]
กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดหุ้นเกิดใหม่หนุนดัชนีหุ้นไทยวิ่งแรง มาปิดที่ 1379.53 จุด สูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง หลังคลายวิตกเกี่ยวกับ 1) ภาวะตกต่ำของราคาน้ำมัน 2) การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจีน และ 3) ความแตกต่างของทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก
ราคาน้ำมันที่พุ่งพรวด 38% ในช่วงเดือนเศษได้ช่วยบรรเทาวิตกผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงาน และภาวะเศรษฐกิจโลก รวมถึงลดความเสี่ยงที่บริษัทพลังงานจะผิดนัดชำระหนี้ในวงกว้าง
เมื่อวันศุกร์น้ำมันดิบเบรนท์ขึ้นมาปิดที่ 38.72 ดอลลาร์/บาร์เรล สูงสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณดีขึ้นและจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลงต่อเนือง นอกจากนี้ตลาดยังมองบวกว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อาจตกลงกันได้ในประเด็นปรับลดกำลังการผลิต
ในการประชุมเดือนนี้ธนาคารกลางสำคัญส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม นำโดยธนาคารกลางยุโรป(ECB) และญี่ปุ่น (BOJ) ขณะที่มีความเป็นไปได้สูงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ไม่ใช่ 4 ครั้งอย่างที่เฟดเคยส่งสัญญาณในรายงานการประชุมเดือนธ.ค.
ตลาดพุ่งเป้าไปที่การประชุม ECB ในวันที่ 10 มี.ค. ประธาน ECB เคยระบุว่า จะพิจารณากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมครั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ECB ถูกวิจารณ์ว่า ดำเนินมาตรการน้อยเกินไปและช้าเกินไป จนเศรษฐกิจยูโรโซนแผ่วลงอีกครั้ง ตลาดคาดว่า ECB จะขยายวงเงิน QE หรือยืดช่วงเวลาการทำ QE หรือแม้กระทั่งกดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบลึกขึ้น คงต้องดูกันต่อไปว่า ของจริงจะทำได้มากน้อยแค่ไหน
ในส่วนของ BOJ นั้น มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ กล่าวคือ รัฐบาลญี่ปุ่นได้เสนอชื่อนายมาโกโตะ ซากูราอิ ให้เป็นกรรมการ BOJ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ นายซากูราอิจะเป็นกรรมการแทนนางซายูริ ชิราอิ ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ทั้งนี้ นายซากูราอิหนุนนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ตรงข้ามกับนางชิราอิ ที่โหวตคัดค้านมติการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ
การเข้าร่วมคณะกรรมการ BOJ ของนายซากูราอิ จึงเพิ่มความหวังที่ BOJ จะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไปรวมทั้งการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ
ฟากสหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 242,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 190,000 ตำแหน่ง นอกจากนั้น ยังมีการทบทวนปรับขึ้นตัวเลขของ 2
เดือนก่อนหน้าอีก 30,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 4.9% ต่ำสุดในรอบเกือบ 8 ปี ข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังมีรายงานว่า รายได้ต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน ปรับลง 3 เซนต์ในเดือนก.พ. ทำให้เพิ่มขึ้นเพียง 2.2% จากปีก่อนตัวเลขนี้ชะลอตัวลงจากระดับ 2.5%ในเดืนม.ค.
ฟากจีน นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวในพิธีเปิดการประชุมประจำปีสภาประชาชนแห่งชาติจีนว่า รัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ ที่ระดับ 6.5%-7.0% และโตเฉลี่ยอย่างน้อย 6.5% ไปจนถึงปี 2563 รัฐบาลจีนยังตั้งเป้าหมายการขาดดุลงบประมาณต่อ GDP ขึ้นเป็น 3% ในปีนี้ จากปีที่แล้วที่ระดับ 2.3% และจะปรับลดภาษีเป็นวงกว้าง
ทั้งนี้รัฐบาลจีนตั้งเป้าสร้างงานใหม่อย่างน้อย 10 ล้านตำแหน่งในเขตเมือง และจะรักษาอัตราว่างงานในเขตเมืองเอาไว้ที่ระดับ 4.5% ในปีนี้
นอกจากนั้น รัฐบาลจีนจะผลักดันให้มีการแปลงค่าเงินหยวนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยภายใต้ระบบบัญชีทุน และส่งเสริมการใช้สกุลเงินหยวนในตลาดโลก
กระแสข่าวเชิงบวกข้างต้นกระตุ้นให้เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงระลอกใหม่ ซึ่งน่าจะกินเวลาอีกหลายสัปดาห์ทิศทางนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวล่าช้าได้ส่งผลให้บอนด์ยีล 2 ใน 3 ของตลาดพันธบัตรโลก ลงมาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1%! เงินทุนส่วนหนึ่งจึงไหลเข้าตลาดหุ้น โดยเฉพาะในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน REITs กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงหุ้นปันผลดีที่กิจการมีความมั่นคงสูง
ในกรณีไทย ก่อนหน้านี้ สภาพคล่องทางการเงินก็อยู่ในเกณฑ์สูงอยู่แล้ว เนื่องจากไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัดในปี 58 สูงถึงกว่า 1.2 ล้านล้านบาทและมีแนวโน้มเกินดุลต่อเนื่องในปี 59 อีกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาทกระแสเงินทุนไหลเข้าจึงยิ่งทำให้สภาพคล่องท่วมหนักยิ่งขึ้นนักลงทุนทั่วโลกกำลังกลับเข้าถือสินทรัพย์เสี่ยงเม็ดเงินส่วนหนึ่งถูกจัดสรรเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ ซึ่งรวมถึงตลาดหุ้นไทย รอบนี้จึงมีลุ้นแกว่งทะลุแนวต้าน 1400 จุด เพื่อขึ้นไปทดสอบ 1430 จุด
อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นดีดขึ้นมาเร็วและยาวช่วงสั้นตลาดจะเผชิญแรงขายทำกำไรตามแนวต้าน ขณะที่แนวรับขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1350 จุด แนะทยอยแบ่งขายช่วงที่หุ้นวิ่งเข้าหาแนวต้านใหญ่ๆ
แล้วค่อยหาจังหวะซื้อคืนช่วงย่อตัว เนื่องจากการขึ้นรอบนี้หนุนโดยสภาพคล่องล้น ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังฟื้นล่าช้า







