
ราคาน้ำมันกับด่านอรหันต์ที่ท้าทาย
โดย รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส
โดย รัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ. แอสเซท พลัส
สวัสดีครับ ในเดือนมีนาคมนี้ถือเป็นเดือนที่มีเรื่องสำคัญให้ติดตามหลายประเด็น ทั้งประเด็นใหญ่อย่างการประชุมนัดสำคัญเพื่อพิจารณาการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ผมมองว่า “ราคาน้ำมัน”ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่ต้องจับตามองไม่แพ้กัน
เราปฏิเสธไม่ได้ว่า ราคาน้ำมันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลก มีกระทบต่อสภาวะตลาดเงินตลาดทุน และกระทบถึงความเป็นอยู่ของแต่ละประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 ราคาน้ำมันเริ่มดิ่งและมีแนวโน้มจะซึมลึกไปเรื่อยๆ โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกร่วงจากระดับราคาเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลลงไปจนหลุดระดับ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม2559 (ที่มา: Bloomberg as of 26Feb2016) ท่ามกลางปัญหาเรื่องอุปทานน้ำมันล้นตลาดที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะพบจุดสมดุล รวมถึงปัญหายืดเยื้อในกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ทั้ง OPEC และ Non-OPEC ที่ยังไม่บรรลุข้อตกลงร่วมกันด้านกำลังการผลิต โดยเฉพาะการตกลงกับอิหร่านซึ่งยังคงยืนกรานจะเดินหน้าทวงส่วนแบ่งการตลาดด้วยกำลังผลิตน้ำมันกว่า 3.56 ล้านบาร์เรลต่อวันและยังเพิ่มจำนวนการผลิตขึ้นเรื่อยๆ
ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบBRENT ดีดตัวขึ้นจาก 30ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ขึ้นไปปิดที่ประมาณ 36 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล (ที่มา:Bloomberg as of 26Feb2016) เมื่อบรรดาขาใหญ่ในวงการน้ำมันที่เป็นสมาชิก OPEC อย่างซาอุดิอาระเบีย เวเนซูเอลา และกาตาร์ รวมถึงผู้ผลิตรายใหญ่อย่างรัสเซีย ออกมาส่งสัญญาณเรื่องความเป็นไปได้ในการเจรจากำลังการผลิตและแสดงความพร้อมที่จะตรึงกำลังการผลิตไว้เท่ากับเดือนมกราคม
มองเผินๆ เหมือนจะน่าชื่นใจ แต่การดีดตัวกลับมาของราคาน้ำมันครั้งนี้จะไปได้ไกลหรือไม่ ผมเชื่อว่ายังมีด่านอรหันต์ให้ฝ่าไปอีกรอบทิศทีเดียว
ในแง่ของความเสี่ยง ด่านอรหันต์ที่ตลาดน้ำมันยังต้องเผชิญอย่างหนักหน่วงคือ ความเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงอยู่ในสภาวะเปราะบาง ประกอบกับความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลให้ความต้องการน้ำมันยังไม่กระเตื้องไปไหน อีกทั้งแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกก็เพิ่งถูกหั่นลง โดยล่าสุดองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ประกาศปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงสู่ระดับ 3.0% เท่ากับการขยายตัวในปีที่แล้ว หลังจากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.3% เช่นกันกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ออกมาลดการคาดการณ์ โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 3.4% และ 3.6% ในปี 2560 ซึ่งลดลง 0.2%สำหรับทั้งสองปีจากที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 อีกด่านอรหันต์ที่จ่ออยู่คือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเป็นผลกระทบสืบเนื่องจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจใหญ่ต่างๆ นั่นยังไม่นับเรื่องการบรรลุข้อตกลงเพื่อควบคุมหรือลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ยังไม่มีความชัดเจนดังที่กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น แต่ละประเทศจะหาทางแบ่งชิ้นเค้กในส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันโลกที่น่าพอใจไปพร้อมๆ กับการหาทางประนีประนอมเพื่อชะลอกำลังผลิตของอิหร่านที่มุ่งครองส่วนแบ่งการตลาดได้อย่างไรนั้น ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามกันต่อไป
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางด่านอรหันต์ทั้งหลาย สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)ก็เพิ่งออกมารายงานว่า ในระยะกลางอุปสงค์และอุปทานน้ำมันน่าจะกลับสู่จุดสมดุลได้ในปี2560 ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
ทั้งนี้ บลจ. แอสเซท พลัส คาดการณ์กรอบราคาน้ำมันที่40-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมองว่าราคาน้ำมันจะถูกผลักดันจากปริมาณน้ำมันที่เกือบจะเต็มคลังน้ำมันของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการลดอัตราการผลิตน้ำมันดิบในประเทศลงและจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันในระยะสั้นได้ครับ
ผู้ลงทุน “โปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”







