posttoday
บรรษัทภิบาลกับบลจ.

บรรษัทภิบาลกับบลจ.

18 กุมภาพันธ์ 2559

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ  นักลงทุนหุ้นและอสังหาริมทรัพย์

เมื่อเร็วๆนี้ ข่าวที่เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุนทั่วไป คือ การที่ผู้บริหารระดับสูงสุดหลายท่านของบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ถูกกล่าวหาว่ามีการใช้ข้อมูลภายในเพื่อการหาผลประโยชน์ในการซื้อขายหุ้น จนถูกสั่งปรับโดย กลต.  ซึ่งสังคมนักลงทุนส่วนใหญ่มีความเห็นว่าเป็นบทลงโทษที่เบาเกินไป จนล่าสุด กลต ได้เขียนบทลงโทษให้หนักหนาขึ้นคือ นอกจากการปรับเป็นตัวเงินแล้ว ยังต้องให้กรรมการที่ไม่มีบรรษัทภิบาลที่ดีต้องลาออกจากการเป็นกรรมการด้วย ไม่นานมานี้คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทดังกล่าว เพิ่งประชุมเสร็จแล้วมีความเห็นสรุปได้ว่า " การกระทำดังกล่าวของผู้บริหารระดับสูงดังกล่าว เกิดจากการกระทำที่ไม่รอบคอบโดยไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในกฏเกณฑ์ กลต. และได้ยอมรับการปรับตามบทลงโทษของกลต ไปแล้ว อีกทั้งที่ผ่านมา กรรมการบริษัทดังกล่าวไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยที่แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมการขาดธรรมาภิบาล จึงเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่ใช่เจตนาของบุคคลดังกล่าว ดังนั้นการชำระเบี้ยปรับและบทลงโทษของกลต. ถือเป็นบทเรียนสำคัญแล้วรวมทั้งได้กำชับตัดเตือนถึงการกระทำดังกล่าว" นอกจากนี้บอร์ดเห็นชอบตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ ที่ควรให้โอกาสแก่คณะกรรมการดังกล่าว และให้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลเพื่อเพิ่มความรัดกุมมากขึ้นทางด้านจริยธรรม และธรรมาภิบาลในทุกๆด้าน

อ่านจบแล้วนึกถึงคำพูดใครบางคนที่ว่า " บกพร่องโดยสุจริต " ยังไงไม่รู้ และหวังว่าหลักสูตรทางด้าน Good Governance ของ CODจะเน้น  CG มากขึ้น อนึ่งการใช้ข้อมูลภายในเพื่อการซื้อขายของกรรมการบริหารบริษัทดังกล่าวครั้งนี้สร้างความสนใจไม่เพียงนักลงทุนเท่านั้น สังคมก็เกิดคำถามขึ้นมามากมาย นับว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีที่คนส่วนใหญ่เริ่มให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับการมีบรรษัทภิบาลที่ดี บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่หลายๆบริษัทมีการตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ฝั่งสถาบันภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นสมาคม บลจ. คปภ. บริษัทประกันภัยและประกันชีวิต กองทุนประกันสังคม รวมตัวกันเหนียวแน่น เพื่อกดดันบริษัทต่างๆที่ไม่มี CG ที่ดี โดยวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ สมาคม บลจ.จะมีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทางของสมาคมเพื่อให้สมาชิกปฏิบัตต่อกรณีดังกล่าว ผมเองในฐานะเป็นทั้งนักลงทุนรายย่อยในตลาดหลักทรัพย์ และผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนต่างๆ อยากให้ทาง บลจ.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมเงินจากนักลงทุน ผู้ออมเงินทั้งรายย่อยและรายใหญ่ ควรจะต้องทำตัวเป็นตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน และสังคมในการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ให้เอาเปรียบนักลงทุนและผู้ออมเงิน ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดๆดังต่อไปนี้

1. Insider Trading
2. ให้ข่าวหรือให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง
3.ซื้อหรือขายสินทรัพย์สูง หรือต่ำกว่าราคาตลาด หรือราคาที่เหมาะสม เป็นจำนวนมาก
4. การออก ESOP ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดมากและหรือจำนวนหุ้นที่ออกมากเกินไป
5.การออกหุ้นขาย PP ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดมากๆให้กับกลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถแสดงเหตุผลได้ชัดเจนว่า จะสร้างประโยชน์ให้กับบริษัทได้อย่างไร
6. การผ่องถ่ายกำไรให้กับบริษัทในเครือ จากการที่มีรายการซื้อขายกับบริษัทในเครือในราคาที่ไม่ใช่ราคาตลาด 7.การทำ Treasury Stock โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ซื้อหุ้นไว้ในตลาดก่อนหน้าแล้วมาขออนุมัติการทำ Treasury Stock แล้วเอาเงินบริษัทมาซื้อหุ้นตัวเองในตลาด
8. การบิดเบือนผลประกอบการ เพื่อผลประโยชน์ของการสร้างราคาหุุ้นทั้งขึ้นและลง ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาต่อนักลงทุนที่ลงเชื่อตามงบการเงิน และเหตุผลประกอบการงบการเงินที่บิดเบือน 9.การ Takeover บริษัทอื่นๆในราคาที่ไม่สมเหตุสมผล ฯลฯ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นี้ ของสมาคม บลจ. คงจะสร้างความเป็นบรรษัทภิบาลที่ดีในสังคมการลงทุน เพราะว่าถ้า บลจ.ทุกบริษัทจับมือให้ความร่วมมือกันเหนียวแน่นที่จะไม่ลงทุนทั้งตราสารทุน และตราสารหนี้ ของบริษัทที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม น่าจะทำให้บริษัทต่างๆคงต้องระมัดระวังพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการไม่มี Good Governance มิฉะนั้นราคาหุ้นก็จะต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หุ้นกู้ก็ต้องยอมจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่