
อยู่อีก 10 ปี
ไม่ใช่เรื่องแปลกใจที่ลุงตู่จะออกอาการโมโหโกรธา เมื่อนักข่าวถามคำถามง่ายๆ อย่าง “จะเลือกตั้งภายในปี 2560 หรือไม่”
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง [email protected]
ไม่ใช่เรื่องแปลกใจที่ลุงตู่จะออกอาการโมโหโกรธา เมื่อนักข่าวถามคำถามง่ายๆ อย่าง “จะเลือกตั้งภายในปี 2560 หรือไม่”
อันที่จริงคำถามดังกล่าว ป้าที่ขายข้าวแกงก็อยากรู้ นักลงทุนหมื่นล้านก็อยากรู้ และนักธุรกิจทั่วโลกก็อยากรู้ ว่าประเทศไทยจะกลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยตามปกติเมื่อใด
เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีว่า ในสภาพสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลายขนาดนี้ ไม่มีทางที่อำนาจซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนจะอยู่ได้นานตลอดไป
คำมั่นจากคณะรัฐประหาร จึงต้องย้ำตลอดว่า “ขอเวลาอีกไม่นาน” และมีโรดแมปมาให้ชวนวาดฝันอยู่เรื่อยว่า จะคืนอำนาจให้กับประชาชนเมื่อไร
แต่อนิจจา สิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กลับกลายเป็นว่าโรดแมปถูกยืดออกไปเรื่อยๆ ยอมแม้กระทั่งล้มรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ขะมักเขม้นร่างกันมาหลายเดือน เพื่อยืดอายุตัวเองออกไป
ยอมแม้กระทั่งเปลี่ยนจากเลือกตั้งเดือน ก.ค.ปีหน้า ไปสู่สูตรใหม่ ให้เลือกตั้งในสิ้นปี 2560 แทน โดยอ้างเหตุผลว่าต้องใช้เวลาร่างกฎหมายลูกให้ยาวขึ้น
แน่นอน เมื่อตัวเลขยังไม่นิ่ง ความกังวลก็มีมากขึ้นว่า ระยะเวลาอาจยืดยาวขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีกำหนดแน่ชัด
ด้วยเหตุนี้ ความกดดันในรอบปีที่ 2 จึงถาโถมลงมาใส่นายกฯ ลุงตู่ และคำถามที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาล คสช.ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ปฏิรูปอะไร และได้วางรากฐานอะไรไว้ให้ประเทศแล้วบ้าง
คำตอบยังคลุมเครือ แม้แต่พวกที่เคยเชียร์กันมาหลายคนก็ไม่พอใจการปฏิรูป ที่นับวันยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่าเอื้อให้กับนายทุน และลดทอนความสำคัญของ “ประชาชน” ลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการบายพาสขั้นตอนสร้างเศรษฐกิจพิเศษ หรือการโยนหินถามทางให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี
ส่วนโจทย์ที่ใหญ่กว่า อย่างการสร้างความปรองดอง หรือยุติการฆ่ากันนั้น คสช.ก็ถูกตั้งคำถามอีกว่า ได้สร้างหลักประกันอะไรไว้หรือไม่ว่าจะไม่เกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก
เพราะใน “ความสงบ” ที่แฟนคลับภาคภูมิใจกันนักหนานั้น อีกแง่หนึ่งก็คือการ “กดหัว” ให้ฝั่งตรงข้าม ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยจำต้องอยู่กันอย่างเชื่องๆ ด้วยการใช้เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจเป็นจำนวนมาก เพื่อจำกัดความคิดเห็นคนเหล่านี้ไม่ให้ออกมาสู่สาธารณชนได้
เรื่องน่าขำก็คือ ในเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องการการมีส่วนร่วมอย่างแพร่หลาย รัฐบาลกลับจำกัดความคิดเห็นต้านรัฐธรรมนูญทุกวิถีทาง และต้องใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อถึงขนาดเตรียมนักเรียน รด.ให้ไปพูดข้อดีของรัฐธรรมนูญหน้าคูหาลงประชามติ
ทั้งหมดนี้ เพียงเพื่อเหตุผลเดียวก็คือ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ที่ผ่านมา คสช.ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย
วิธีเดียวที่อาจจะคลายความกังวลของ คสช.ได้ก็คือ ยืดอายุอำนาจเบ็ดเสร็จออกไปให้ยาวสัก 10 ปี เพื่อ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” และสร้างความปรองดอง จะได้ไม่ต้องรับรู้ด้วยว่า มีคนไม่พอใจอยู่ข้างนอกมากเพียงใด ลุงตู่จะได้หายเครียดสักที







