
ธนาคารกลางจ่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.หลักทรัพย์.ธนชาต email: [email protected]
กระแสเงินทุนเริ่มเปลี่ยนทิศ กลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงที่รวมถึงหุ้นและน้ำมัน หลังธนาคารกลางสำคัญ นำโดยธนาคารกลางยุโรป (ECB) และญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณพร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ก่อนหน้านั้นเงินทุน “หลบภัย” หนีเข้าสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง หลังตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนัก ทรุดถึง 20% จากจุดสูงสุดของปีก่อน ราคาน้ำมันดิ่งแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 13 ปี ขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงเกินคาด โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่
อย่างไรก็ดี สถานการณ์เริ่มพลิก หลังประธาน ECB ส่งสัญญาณอาจผ่อนคลายนโยบายมากขึ้นในการประชุมเดือนมี.ค.
เขาชี้ว่า ภาวะปั่นป่วนในตลาดการเงิน และตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และตลาดเกิดใหม่ จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ ECB ปรับนโยบายในการประชุมครั้งต่อไป นอกจากนี้ ECB จะพิจารณาขยายระยะเวลาในการซื้อพันธบัตรออกไปอีก หากมีความจำเป็น
ขณะที่ผู้ว่าการ BOJ เผยว่า จะดำเนินการขยายมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หากมีความจำเป็น และราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจ โดยเขาระบุว่า BOJ ยังคงมีช่องที่จะขยายการผ่อนคลายนโยบายการเงินในวันพฤหัส-ศุกร์ ตลาดหุ้นทั่วโลกเด้งแรง นำโดยตลาดหุ้นยุโรปที่พุ่งขึ้นเกือบ 5% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานถึง 15% มาปิดที่ 32.18 ดอลลาร์/บาร์เรล
ถึงกระนั้น ราคาน้ำมันดิบยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี 58 ถึง 40%!
จะว่าไปแล้ว น้ำมัน “ถูก” ส่งผลบวกสุทธิต่อเศรษฐกิจไทย ผ่านดุลการค้า กำลังซื้อ และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัททั่วไป ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงาน
ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อยู่ในระดับต่ำยาวนานเกินคาด ยังช่วยกดเงินเฟ้อ ธนาคารกลางจึงมีพื้นที่ทางนโยบายที่จะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอีกทางหนึ่ง
ตลาดหุ้นสัปดาห์นี้โน้มแกว่งขึ้นตามตลาดหุ้นโลก หนุนโดยแรงซื้อคืนสินทรัพย์เสี่ยง การดีดของหุ้นกลุ่มพลังงาน และแรงซื้อหุ้นคืน (Short Covering)
เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ บจ.จะทยอยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ส่วนหนึ่งจะประกาศจ่ายเงินปันผล เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ทรุดแรงก่อนหน้านี้ ทำให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลของหุ้นส่วนใหญ่ถีบตัวสูงขึ้นมาก
นอกจากนั้น การประกาศจ่ายปันผลยังบังคับให้ผู้ที่ชอร์ตเซลส์หุ้นไว้ ต้องรีบซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบคืนให้เจ้าของก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มแกว่งผันผวน ตามตลาดการเงินของจีนและตลาดน้ำมัน
ดัชนีหุ้นอยู่ในช่วงฟื้นตัว แนวรับขยับขึ้นมาอยู่เหนือ 1260 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่แถว 1294 และ 1313-1320 จุด สำหรับพอร์ตระยะสั้น อาจแบ่งขายช่วงที่หุ้นวิ่งเข้าหาแนวต้านใหญ่ๆ แล้วค่อยหาจังหวะซื้อคืนช่วงย่อตัว
ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (26-27 ม.ค.) และผลการประชุม BOJ (28-29 ม.ค.) รวมถึงการรายงานภาวะเศรษฐกิจประจำเดือนของบ้านเราโดยธปท.ในวันที่ 29 ม.ค.
ในส่วนของผลการประชุมเฟดนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ด้วยเหตุผลคล้ายกับของ ECB แต่ตลาดยังเฝ้าถอดรหัสแถลงการณ์หลังการประชุม เพื่อประเมินจังหวะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดครั้งถัดไป







