
หุ้นไทยโน้มแกว่งขึ้นตามหุ้นโลก
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
หุ้นโลกดีดขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขานรับการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งนับเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่องจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมไปเมื่อวันพฤหัส
ศุกร์ที่ผ่านมา PBOC ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 4.35% และ 1.50% ตามลำดับ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ต.ค. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา
PBOC ยังปรับลดสัดส่วนการกันสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์และของสถาบันการเงินที่สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม รวมทั้งภาคการเกษตรลง 0.5%
ทั้งนี้ มีโอกาสสูงที่ PBOC จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนสิ้นปีนี้ และต่อเนื่องในช่วงต้นปีหน้า เพื่อประคองเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวเหลือโต 6.9% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 52
พฤหัสที่ผ่านมา แม้ผลประชุม ECB ยังคงวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน แต่ประธาน ECB ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ECB อาจขยายเวลาการทำ QE ให้นานกว่าเดือนก.ย.59 ที่กำหนดไว้ หรือขยายวงเงินการซื้อพันธบัตรต่อเดือน เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของยูโรโซน และหนุนให้อัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ 2% ทั้งนี้ ECB จะทบทวนอีกครั้งในเดือนธ.ค.นี้
น่าสังเกตว่า วงเงิน QE เมื่อเทียบกับจีดีพีของ ECB ยังมีขนาดไม่ถึงครึ่งของมาตรการ QE ของเฟดและธนาคารกลางอังกฤษที่เคยดำเนินการมา ขณะที่สภาพปัญหาดูจะหนักหนากว่า หากจะให้เทียบเคียงกัน ECB จะต้องขยายวงเงินต่อเดือนเป็น 1 แสนล้านยูโร และต้องขยายเวลาออกไปจนถึงกลางปี 60 ไม่ใช่แค่ถึง ก.ย.59
ในภาพรวมธนาคารกลางยุโรป จีน รวมถึงญี่ปุ่นยังคงกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แม้เฟดอาจเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังสูง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำมาก อัตราดอกเบี้ยบ้านเราจึงมีแนวโน้มต่ำต่อไปจนถึงครึ่งหลังของปีหน้าเป็นอย่างน้อย ภาวะการณ์เช่นนี้จะหนุนการลงทุนในตลาดหุ้น
สัปดาห์นี้ ต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 ต.ค. และของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 30 ต.ค. ในส่วนของ BOJ มีโอกาสส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่เฟดไม่น่ามีประเด็นใหม่ หลังตลาดคาดว่า จะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปอย่างเร็วเป็นมี.ค.59
นอกเหนือจากประเด็นบวกจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญ ผลดำเนินงานไตรมาส 3 และแนวโน้มปีหน้าของบจ. ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันต่อทิศทางตลาดหุ้น รวมถึงความคืบหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้ามานาน และการประมูลคลื่น 4G
หุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งขึ้นตามหุ้นโลก สำหรับพอร์ตเทรดดิ้ง แนะแบ่งขายแถวแนวต้าน 1460 จุด ขณะที่แนวรับขยับขึ้นมาที่ 1412 จุด
พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ







