
เรื่องที่หายไป
ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่กางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เห็น จากคำอธิบายของ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่กางแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เห็น จากคำอธิบายของ สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์
สิ่งที่กำลังทำคือการสร้างเรื่องเล่าใหม่ เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและสร้างความแข็งแรงให้เศรษฐกิจภายใน
5 ภารกิจที่กำลังลงแรง คือสร้างบรรยากาศที่ง่ายต่อการลงทุน การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม การสร้างสังคมผู้ประกอบการ และการพัฒนาจากฐานราก ส่งเสริมการลงทุนระดับชุมชน
ทั้งหมดก็เพื่อการสร้างความสามารถในการแข่งขันขึ้นมาใหม่ สร้างความแข็งแกร่งทั้งภายในและภายนอกประเทศ
แต่สิ่งที่หายไปจากโมเดลดังกล่าว ก็คือการไม่พูดถึงรากฐานสำคัญของประเทศ นั่นคือเกษตรกรรม
ไม่มีสักคำพูดหรือประโยคเดียวที่แตะการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรเข้ากับมิติการแข่งขัน หรือเป็นเงื่อนไขการสร้างความแข็งแรงจากภายในประเทศเลย
อย่าลืมว่า กระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทยก็คือการเกษตร และไขสันหลังของการเกษตรก็คือน้ำ
บ้านเมืองนี้ถ้าไม่มองถึงสินค้าเกษตร ไม่มองระบบชลประทานก็ว้าเหว่เต็มทน
สิ่งที่ต้องทำคือการปฏิรูประบบน้ำโดยดึงน้ำจากแม่น้ำสาละวิน แม่น้ำโขงเข้ามาเติมในเขื่อน จากนั้นสร้างระบบชลประทานระบบท่อ และปฏิรูปการผลิตสินค้าเกษตรด้วยระบบน้ำแบบใหม่
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วจากการปฏิรูปการเกษตรด้วยระบบน้ำ อาทิ การปลูกอ้อย เดิมได้ผลผลิตแค่ 8-9 ตัน/ไร่ แต่เมื่อมีระบบชลประทานน้ำหยด ผลผลิตก็เพิ่มเป็น 15-20 ตัน
นี่แหละคือสิ่งที่จะทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปาก สร้างความแข็งแรงจากฐานราก ก่อนต่อยอดไปสิ่งอื่นๆ
น้ำไม่เพียงสำคัญเฉพาะการเกษตร ในแง่การลงทุนถ้าไม่มีน้ำก็จบกัน วิสาหกิจชุมชนเกิดไม่ได้ถ้าไม่มีแรงซื้อจากฐานราก ถ้าเกษตรกรชาวไร่ชาวนาต้องปลูกข้าว ปลูกพืชไม่ได้ทุกอย่างก็เลิกคิดเป็นอันจบกัน
ภารกิจทั้งหมดจึงต้องดึงเอาการปฏิรูประบบน้ำ การปฏิรูปการเกษตรเข้ามาด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้แยกเดี่ยวหรือยืนโดดๆ
โปรดระวัง "บิ๊กแบง" เรื่องที่เตรียมเล่าครั้งใหม่ Story to tell อาจคว้าน้ำเหลวในช่วงสุดท้าย
เพราะเรื่องเล่าคราวนี้ลืมน้ำลืมชาวนาอย่างน่าเสียใจ







