posttoday

ซื้อกองทุน...ทำไมไม่ต้องดู NAV!!?

21 สิงหาคม 2558

โดย สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป(ประเทศไทย)

โดย สานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุน บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป(ประเทศไทย)

“เลือกซื้อกองทุน...ทำไมไม่ต้องดู NAV” หลายคนสงสัยว่า ผมตั้งชื่อหัวข้อผิดหรือเปล่า เพราะปกติเวลาเราเลือกซื้อของ เราก็ต้องดูราคาใช่ไหมครับ!? ยิ่งของราคาถูกก็ยิ่งน่าซื้อและด้วยตรรกะนี้จึงทำให้หลายคนเชื่อว่า ถ้ากองทุนที่มี NAV 5 บาท ก็คงน่าซื้อกว่ากองทุนที่มี NAV 50 บาท จริงไหมครับ?

แต่เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่ผมได้พูดมาข้างต้น แม้จะฟังดูมีเหตุผล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหตุผลเหล่านั้นจะถูกต้องเสมอไปนะครับ สำหรับกองทุนนั้น แม้ NAV จะเปรียบเสมือนตัวบอกราคาว่ากองทุนกองนั้น ราคากี่บาทก็จริง แต่กองทุนที่ NAV ต่ำๆ ก็ไม่แปลว่าจะถูกและน่าลงทุนกว่ากองทุนที่ NAV สูงๆ เพราะกองทุนบางกองทุน NAV ต่างกัน 4-5 เท่า กลับลงทุนแบบเดียวกันและสร้างผลตอบแทนได้ใกล้เคียงกันก็ยังมี

ผมจะขอยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างกองทุน SET50 ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ผมมีกองทุน SET50 อยู่ 2 กองทุน กองทุนหนึ่ง NAV ประมาณ 80 บาท อีกกองทุนหนึ่ง NAV ประมาณ 15 บาท ผมตัดสินใจทดลองลงทุนในกองทุนทั้งสองกองทุนด้วยเงิน 1 ล้านบาทเท่ากัน โดยหวังว่ากองทุน NAV 15 บาท จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี เงินของผมในแต่ละกองทุนงอกเงยมาประมาณ 33,000 บาทเท่าๆ กัน

มาถึงจุดนี้หลายคนสงสัยใช่ไหมครับว่า จริงๆ แล้ว NAV คืออะไร? และกองทุน 2 กองทุนที่ NAV ต่างกันลิบลับทำไมทำผลงานได้แทบจะไม่ต่างกันเลย?

NAV = มูลค่าตามราคาตลาดของทรัพย์สินทั้งหมดที่กองทุนรวมไปลงทุน+(ผลตอบแทนที่กองทุนรวมได้รับ*) - (ค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม**/ผลขาดทุนของกองทุนรวม) หรือพูดง่ายๆ ว่า NAV ก็คือ มูลค่าของทรัพย์สินที่กองทุนไปลงทุนในขณะนั้นๆ NAV จะเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับสินทรัพย์ในกองทุน ไม่ว่าจะเป็นราคาหุ้นที่กองทุนถืออยู่ การได้รับเงินปันผล    จากหุ้นที่กองทุนถือ การจ่ายเงิน ปันผลออกจากกองทุนให้ผู้ถือหน่วยลงทุน ฯลฯ จะทำให้ NAV เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม NAV ที่เราชอบพูดถึงกันนั้น จริงๆ แล้ว คือ NAV ต่อหน่วยลงทุน หรือ NAV หารจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด

การที่กองทุน 2 กองทุนที่มี NAV ต่างกันลิบลับแต่กลับทำผลงานได้ใกล้เคียงกันแบบสุดๆ นั้น จริงๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ ผมจะขอใช้ตัวอย่างกองทุน 2 กองทุนเดิม คือ กองทุน TMB50 ที่มี NAV ประมาณ 80 บาท และกองทุน SCB-SET50 ที่มี NAV ประมาณ 15 บาท ทำผลงานได้ไม่ต่างกัน

ลองจินตนาการดูนะครับว่า กองทุน TMB50 ที่ออกมาในปี 2001 ที่ราคารพาร์ 10 บาท ลงทุนตาม SET50 ผ่านร้อนผ่านหนาว เจอวิกฤตบ้างเป็นครั้งคราว พอผ่านไป 10 ปี NAV กลายเป็น 50.53 บาท กับกองทุน SET50 อีกกองทุนอย่าง SCBSET50 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2011 ด้วยราคาพาร์ 10 บาท แต่ลงทุนแทบจะเหมือนกันเป๊ะ ผลตอบแทนที่ทำได้ก็แทบจะไม่ต่าง จะให้เวลาผ่านไปอีก 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือนานกว่านั้น NAV ก็คงไม่เท่ากัน จริงไหมครับ?

เห็นไหมครับว่า จริงๆ แล้ว NAV ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่บอกว่ากองทุนนั้นถูกหรือแพง น่าลงทุนหรือไม่น่าลงทุนเลย ดังนั้นหากเราจะเลือกกองทุนสักกอง คงไม่ใช่มามัวนั่งดูว่า NAV กี่บาทแล้ว แต่ควรเลือกที่จะพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง ความผันผวนของกองทุน นโยบายการลงทุน ฯลฯ น่าจะทำให้เราเลือกกองทุนได้ดีกว่านะครับ

ข่าวล่าสุด

เตือนประชาชน เช็ค AIS ก่อนแชร์! ลดข่าวคลาดเคลื่อน กรณีเรือบรรทุกน้ำมัน