
ทองคำพุ่งขึ้นจากการปรับค่าเงินหยวน
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนประกาศลดค่าเงินหยวนอย่างสายฟ้าแลบ สามวันติดต่อกันช่วงวันที่ 11-13 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการลดค่าเงินหยวนรวมประมาณ 4.65% ถือว่าเป็น “มาตรการปฏิรูปเงินหยวนครั้งใหญ่” มีวัตถุประสงค์ให้กลไกการตลาดสามารถกำหนดค่าเงินได้มากขึ้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยกับทางการจีน เพราะการที่จีนพยายามจะให้ไอเอ็มเอฟยอมรับค่าเงินหยวน เป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ เหมือนกับค่าเงินดอลลาร์ ปอนด์ ยูโร และเยน โดยมีเงื่อนไข คือ ต้องปล่อยเสรีค่าเงินหยวน และเปิดการไหลของเงินหยวนได้อย่างเสรี การลดค่าเงินหยวนครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกเพื่อให้เงินหยวนมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและปรับตัวเองให้เป็นเงินสากลได้อย่างแท้จริงในอนาคต
ทำไมต้องลดค่าเงินหยวนในช่วงเวลานี้
แผนบันได 3 ขั้นของรัฐบาลจีน อันได้แก่
1.การนำเงินหยวนเข้าสู่เงินสกุลหลักของโลก ผ่านการบรรจุเงินหยวนใน Special Drawing Rights (SDR) ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ
2.การทำให้ประเทศจีนเป็นศูนย์กลางทางการเงินแห่งใหม่ของโลก ผ่านการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุน
3.การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระหว่างทวีปผ่านโครงการ Silk Road เพื่อให้เศรษฐกิจจีนขึ้นมาผงาดในเวทีโลกแซงหน้าอเมริกา
สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การลดค่าเงินของจีนสร้างผลกระทบให้ตลาดมี 5 อย่างดังต่อไปนี้
1.อาจจะทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป
2.เป็นผลดีต่อผู้ซื้อคอมโมดิตี้
3.อาจจะไปกระตุ้นให้ประเทศอื่นลดค่าเงินตาม
4.ภาพรวมจะสร้างผลกระทบให้กับสหรัฐอเมริกาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
5.เป้าหมายที่แท้จริงของจีนคือ ความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งจีนมีความต้องการให้ค่าเงินหยวนเป็นค่าเงินสากลของโลก
ผลกระทบต่อราคาทองคำในการลดค่าเงินหยวนของจีน
จะเห็นได้ว่า ราคาทองคำพุ่งขึ้นในวันที่จีนประกาศลดค่าเงินหยวน ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,126 เหรียญ เป็นการเข้าซื้อทองคำในฐานะ Save Haven เมื่อเกิดการตื่นตระหนกในสภาวะตลาดเงินและตลาดทุน อันจะเห็นได้ว่า ค่าเงินบาทมีความผันผวนอย่างมาก และปรับอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงในวันที่ 12 สิงหาคม ในขณะที่ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปรับตัวลดลงรุนแรงในวันดังกล่าว แต่ในวันศุกร์ที่ทางการจีนออกมายืนยันว่า การปรับลดค่าเงินหยวนน่าจะสิ้นสุดลงแล้ว ก็เริ่มทำให้องค์รวมของตลาดขานรับในทิศทางที่สงบลง ตลาดหุ้นดาวโจนส์และตลาดหุ้นของไทยเริ่มมีการดีดกลับ ในขณะที่ราคาทองคำในวันศุกร์เริ่มกลับมาทรงตัวบริเวณ 1,115 เหรียญ
วิเคราะห์ได้ว่า ผลกระทบต่อราคาทองคำในกรณีที่เป็นสงครามค่าเงินเราจะเห็นเป็นลูกคลื่นดังต่อไปนี้
1.วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกาในปี 2008 ทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลากว่า 4ปี และค่อยๆปรับตัวลดลงมาแล้ว 3 ปี หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจกลับมาคงที่ ช่วงเกิดวิกฤตการณ์มีการใช้มาตรการ QE ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงมาโดยตลอดในช่วงปี 2008-2013
2.วิกฤตการณ์ที่ต่อเนื่องเข้ายุโรป ทำให้ยูโรโซนเกิดสภาวะของประเทศ ที่มีปัญหาทางการเงินคือ ประเทศในกลุ่ม PIIGS ได้แก่ โปรตุเกส อิตาลี กรีซ และสเปน จนอียูมีการใช้มาตรการ QE เหมือนกันตั้งแต่ปี 2015 ทำให้ราคาทองคำพุ่งขึ้น เป็นระยะเวลา 2 เดือนในช่วงต้นปี 2015
3.วิกฤตการณ์ทางการเงินของประเทศกรีซ ซึ่งถือว่า เป็นปรากฏการณ์ที่ยืดเยื้อมาพอสมควรทำให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในช่วงสั้นๆ ประมาณ 1 เดือน และผันผวนขึ้นลงตามกระแสข่าวของประเทศกรีซในช่วงประมาณเดือนพฤษภาคมของปี 2015
4.การที่จีนปรับค่าเงินหยวนลง 4.65% โดยประมาณ ในขณะที่จีนค่อนข้างมีความชัดเจนและรวดเร็วที่จะประกาศว่า ภาวการณ์ปรับค่าเงินหยวนสิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งถ้าเป็นจริงตามที่ประกาศ ราคาทองคำน่าจะเป็นการขึ้นในระยะสั้นๆ ที่ผ่านมา 5 วันในสัปดาห์ที่แล้ว
ที่กล่าวมาข้างต้น คือ มาตรการหรือสงครามค่าเงินที่พยายามกลับอ่อนค่าขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศของตนเอง และมีผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะสั้นบ้าง และยาวบ้าง ตามแต่สภาพของข่าวและการบริหารของธนาคารกลางนั้นๆ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในทางเทคนิคราคาทองคำในระยะสั้น ในกราฟรายชั่วโมงปรับตัวสูงขึ้น และเริ่มมีความผันผวนแกว่งตัวอย่างมากทั้งขึ้นและลง ในทางเทคนิคเกิดลักษณะคล้าย Double Top ที่บริเวณ 1,121 และ 1,126 เหรียญ ในขณะที่กราฟในระยะกลาง Daily Graph และในระยะยาว Weekly Graph นั้นทองคำยังคงเป็นแนวโน้มขาลง โดยยังอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันและ 30 วัน ตามลำดับ ดังนั้นในสัปดาห์นี้คาดว่า ราคาทองคำน่าจะกลับสู่สภาวะปกติคือ ยังคงเป็นแนวโน้มขาลง และเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบบริเวณ 1,090 -1,125 เหรียญ และมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงต่อได้
กลยุทธ์การลงทุน MTS Gold Futures ผู้นำการลงทุนในทองคำ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนรักษาสภาพพอร์ตให้เหมาะสมกับสภาพตลาดที่มีความผันผวนในระยะสั้น ไม่ Leverage มากนัก ซึ่งจะทำให้นักลงทุนมีความคล่องตัว ทนต่อสภาวะความผันผวนได้เป็นอย่างดี สนใจในการลงทุนทองคำ ติดต่อได้ที่ MTS Gold Call Center 02-770-7777







