posttoday
การปรับตัวลงใกล้ 1,500 จุด เป็นโอกาสซื้อ

การปรับตัวลงใกล้ 1,500 จุด เป็นโอกาสซื้อ

15 มิถุนายน 2558

โดย...บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย

โดย...บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา:ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนตลอดสัปดาห์ โดยตลาดปรับลดลงหลังจากความกังวลของนักลงทุนเพิ่มขึ้นหลังกรีซไม่สามารถบรรลุข้อตกลงความช่วยเหลือได้ทันการชำระหนี้ก้อนแรก 5 มิ.ย.และแรงทำกำไรก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก่อนที่ตลาดจะฟื้นตัวขึ้นหลัง กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ช่วยจำกัดแรงกดดันต่อกำไรกลุ่มธนาคารจากการที่อาจต้องปรับลดดอกเบี้ยลงตามดอกเบี้ยนโยบาย ก่อนที่หุ้นไทยจะปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์อีกจากแรงทำกำไรบริเวณ 1,515-1,520 จุด

กำไรกลุ่ม TIP น่าจะใกล้ผ่านจุดต่ำสุด: ผลประกอบการของตลาดหุ้นไทยนั้นอยู่ในวัฏจักรขาลงมาเป็นเวลากว่า 2 ปี โดยตั้งแต่ช่วยเดือน ม.ค. 2557 เกือบทุกตลาดในกลุ่ม TIP และเอเชียเหนือนั้นถูกปรับลดประมาณการกำไรลง 19-25% (ยกเว้นไต้หวัน ที่ถูกปรับขึ้นราวๆ 10%) สำหรับปี 2558 ตลาดเอเชียเหนือมีระดับที่ดีกว่าตลาด TIP โดยมีแรงหนุนมาจากภาพรวมกำไรที่ดีขึ้นและมาตรการกระตุ้นของจีน แม้ว่าสกุลเงินเยนที่อ่อนค่าลงจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของเกาหลีและจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดก็มีสัญญาณการฟื้นตัวของกำไร โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นในช่วงต้นของภูมิภาคเอเชียเหนือนั้นจะเป็นผลมาจากสัดส่วนการส่งออกที่ไปสหรัฐฯ และยุโรปที่สูงกว่า เมื่อเทียบกับตลาด TIP

นอกจากนี้ ภูมิภาคเอเชียเหนือก็เป็นกลุ่มประเทศที่ส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นลำดับที่ 1 (1st Tier) ขณะที่กลุ่ม TIP เป็นผู้ส่งออกลำกับถัดมา (2nd Tier) ในห่วงโซ่อุปทานโลก (หมายถึง สินค้าบางส่วนถูกส่งไป North Asia ก่อนจะผลิตอละส่งต่อไปยังที่อื่น) นอกจากนี้ เศรษฐกิจในตลาด TIP นั้นมีการพึ่งพิงสินค้าเกษตรและโภคภัณฑ์ที่สูงกว่าเอเชียเหนือ ทำให้ตลาด TIP เผชิญกับแรงกดดันด้านเศรษฐกิจมากกว่า เนื่องจากจะสูญเสียกำลังการใช้จ่ายภายในประเทศ นอกจากนี้ ด้วยการที่ตลาดสหรัฐฯ และยุโรปกลับมามีการเติบโตตามเดิม ก็คาดว่าการเติบโตของการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้น ในด้านตลาด TIP ก็คาดว่าเข้าสู่ช่วงปรับฐานก่อนที่สภาพเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้นตามรูปแบบของตลาดเอเชียเหนือ ทั้งนี้เราเชื่อว่าวัฏจักรการปรับลดประมาณการกำไรนั้นใกล้สิ้นสุดลงแล้ว

สัญญาณบางส่วนต่อการฟื้นตัวด้านกำไรที่จะมาถึง: ด้วยการที่สภาพเศรษฐกิจไทยยังคงอ่อนแอ และผลประกอบการบริษัทยังมีแรงกดดันอยู่ เราจึงวิเคราะห์กำไรเป็นรายกลุ่ม เพื่อมองหาปัจจัยซ่อนเร้นที่อาจมีอยู่ โดยเราใช้ประมาณการของเรา consensus ในการขจัดปัจจัยอคติของการวิเคราะห์และประเมิน “ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของกำไร” โดยดูตัวเลขการเปลี่ยนแปลงรายเดือนเป็นรายกลุ่ม ด้วยวิธีดังกล่าว เราสามารถมองเห็นว่ากลุ่มใดที่มีการปรับลดประมาณการที่ชะลอตัวลง และกลุ่มใดที่ใกล้จุดที่จะถูกปรับเพิ่มประมาณการขึ้นแล้ว (หรือกระทั่งเริ่มถูกปรับประมาณการขึ้น) ทั้งนี้เราเห็นถึงทิศทางที่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการผ่านจุดต่ำของกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว โดยเราเห็นสัญญาณดังกล่าวในกลุ่มพาณิชย์, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง, กลุ่มโรงแรม, กลุ่มพลังาน, และกลุ่มปิโตรเคมี

ปัจจัยที่ต้องติดตาม: 1) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ ยูโรโซน 12 มิ.ย. 2) การประชุม FOMC 17-18 มิ.ย. 3) ดัชนีราคาผู้บริโภคยุโรปและสหรัฐ 17-18 มิ.ย. 4) การประกาศรายชื่อหุ้นเข้าออก SET50-SET100

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน:คาดตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,497-1,520 จุดคาดตลาดรับรู้ปัจจัยลบส่วนใหญ่ไปแล้ว และความเสี่ยงช่วงสั้นจำกัดจากการเข้าสู่ช่วง Window Dressing สิ้นไตรมาส 2/58 การเก็งกำไรระยะสั้นเน้นหุ้นที่ยังขึ้นน้อย (Underperform) หุ้นที่น่าจะได้รับการบรรจุเข้า SET50 รวมทั้งหุ้นที่มีปัจจัยบวกจากผลการดำเนินงานที่จะโดดเด่นในครึ่งปีหลัง เป็นหุ้นที่น่าสนใจเรามองนักลงทุนอาจเริ่มทยอยสะสมหุ้นราว 25% ในช่วง ครึ่งเดือนแรก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร และอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มมีความเสี่ยงทางลงจำกัด และเพิ่มน้ำหนักขึ้นเมื่อเข้าใกล้ช่วงปลายเดือนโดยเราประเมินความเสี่ยงทางลงแย่สุดที่ 1,450 จุด (โอกาสเกิดขึ้น 20%)

หุ้นเด่น: CPN ADVANC SIRI SC SPALI AP JSP SCC TISCO KTB PTT

หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค: PT TKSCNT SUPER TPIPL ITDTTA (นักลงทุนควรตั้ง stop loss หากหุ้นลง 3-5%)

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่