posttoday
ถนนมรณะ

ถนนมรณะ

06 พฤษภาคม 2558

เพียงข้ามคืน เหตุการณ์รถยนต์ขับพุ่งชนผู้ขับขี่จักรยานเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตีห้าวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 2558 ที่ จ.เชียงใหม่

โดย...ขำ เคืองใจ [email protected]

เพียงข้ามคืน เหตุการณ์รถยนต์ขับพุ่งชนผู้ขับขี่จักรยานเกิดขึ้นต่อเนื่อง ตีห้าวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 2558 ที่ จ.เชียงใหม่ หญิงสาววัยรุ่นขับรถชนขบวนนักปั่นกว่า 20 ชีวิต เสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 6 คน

จากการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือดพบว่าสูงถึง 67 mg% เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ต่อมาเมื่อสองทุ่มของวันที่ 4 พ.ค. 2558 เกิดเหตุที่บริเวณหน้าหมู่บ้านบางกอก บูเลอวาร์ด ถนนรัชดา-รามอินทรา ขาออก กทม. รถยนต์เก๋งขับชนผู้ขับขี่จักรยาน เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 2 คน  

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับตามมาในลักษณะส่ายไปมาก่อนจะเสียหลักพุ่งชนกลุ่มรถจักรยาน

ไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่บรรดานักปั่นจักรยานต้องเผชิญเหตุเศร้าสลด เมื่อช่วงต้นปีนักปั่นจักรยานชาวต่างชาติต้องการสร้างสถิติปั่นรอบโลกก็ต้องมาจบชีวิตที่เมืองไทย

ในขณะที่รัฐบาลส่งเสริมการปั่นจักรยาน แต่หลักประกันความปลอดภัยบนท้องถนนหาได้มีต่อผู้ที่ปั่นจักรยานไม่

ลำพังถนนแทบไม่มีที่ว่างให้บรรดานักปั่นอยู่แล้ว มิพักกล่าวถึงสภาพพื้นผิวถนนขุรขระ บางแห่งมีฝาท่อปูดบวม ร้านค้าริมถนนบางแห่งตั้งวางสิ่งของ นำรถยนต์มาจอดกินพื้นที่จักรยาน

ผู้ขับขี่จักรยานเหมือนเผชิญบรรยากาศปั่นวิบากบนถนนมรณะ อาจล้มคว่ำคะมำหงายได้ทุกเมื่อ

ปัญหาอยู่ที่นโยบายและการรองรับนโยบายไม่ได้ไปพร้อมกัน ทั้งในด้านพื้นที่สำหรับจักรยาน การเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ต่อการบังคับใช้กฎหมาย

เกิดเหตุขึ้นที ตื่นตัวล้อมคอกกันที ล่าสุด ตำรวจเชียงใหม่ขานรับคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จ้นทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้มงวดกวดขันสถานบันเทิงจนเป็นเหตุให้ผู้ขับขี่เมาแล้วขับชนคนตาย ให้ปิดตามกำหนดเวลา มีการตั้งด่านตรวจระดับแอลกอฮอล์อย่างแข็งขัน

ส่วน กทม.ประกาศภายในเดือน พ.ค. จะลงพื้นที่่ตรวจเส้นทางปั่นจักรยานรอบเกาะรัตนโกสินทร์ เพื่อดำเนินการปรับปรุง และขยายเส้นทางจักรยานในพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มเติม

นี่คือประเทศไทยครับ เป็นอย่างนี้ทุกที

ในแง่ของกฎหมายเพื่อมากำราบเมาแล้วขับไม่ได้รับการกล่าวถึงสักเท่าไหร่นัก ยังดีมีศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) นำเสนอข้อมูลน่าสนใจ อย่างกรณีคนขับที่อยู่ในอาการเมาแล้วขับชนคนตายก็ควรเสนอแก้กฎหมายด้วยโทษสูงสุด จำคุก 10 ปีขึ้นไป ส่วนเมาขับไม่เกิดอุบัติเหตุพิจารณาให้มีการกักขังแทนการรอลงอาญา พร้อมทั้งสืบเสาะผู้กระทำผิด ตรวจสอบประวัติ ถ้าทำผิดซ้ำควรเพิ่มโทษ

และขอให้มีการเผยแพร่คำพิพากษาคดีเมาขับชนคนตาย เพื่อให้ “จำเลยและสังคม” ตระหนักว่า “เมาขับ” เป็นพฤติกรรมที่อันตราย ส่งผลให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไม่ใช่เรื่องเพียงความประมาท

มาตรการเร่งด่วนคงต้องเอาแค่นี้ก่อน อยู่ที่รัฐบาลจะหันมาสนใจมั้ย

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่