posttoday
ไม่ใช่การเสียสละ

ไม่ใช่การเสียสละ

01 พฤษภาคม 2558

คราวที่แล้วที่ e-ช้าน...บอกว่า ถ้ามีคนรวยสัก 10 ล้านคน ทยอยลาออกจากสมาชิกระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นอกจาก “เงินค่าเหมาจ่ายรายหัว”

โดย...e-ช้าน [email protected]

คราวที่แล้วที่ e-ช้าน...บอกว่า ถ้ามีคนรวยสัก 10 ล้านคน ทยอยลาออกจากสมาชิกระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นอกจาก “เงินค่าเหมาจ่ายรายหัว” จะหายไปแล้ว...สมาชิกที่เหลือซึ่งก็คงจะเป็น “คนจน” ย่อมได้รับผลกระทบ

จนอาจมีคนทะลึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น “กองทุนหลักประกันคนอนาถา”

ทำไมจะไม่เดือดร้อนละคร้า...ก็เมื่อเงินค่าหัวหายไป เงินกองทุนบัตรทองก็ต้องลดลงเป็นเงาตามตัว การให้บริการแบบ “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” จากคนที่ไม่ได้ใช้บริการก็ทำได้น้อยลง

สมมติบัตรทองเหลือสมาชิกครึ่งหนึ่งของ 48 ล้านคน เมื่อเอาค่าหัว 3,028.94 คูณ 24 ล้าน ก็จะเหลืองบประมาณ 72,694.56 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ สปสช.ได้งบอยู่ 1.6 แสนล้านบาท

แม้งบบัตรทองดูจะมากมาย แต่ปริมาณเงินจำนวนนี้ก็ช่วยคนไทยให้ได้สิทธิเข้าถึงบริการสุขภาพเพิ่มจากอดีตมาก e-ช้าน...จึงไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณ “ความเสียสละ” โดยไม่เข้าใจระบบ

e-ช้าน...ขอพูดอีก 2 กองทุนที่เหลือบ้าง สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนนี้ใช้งบอยู่กว่า 6 หมื่นล้านบาท/ปี ให้บริการครอบคลุมพ่อแม่ ภรรยา และบุตรที่อายุไม่เกิน 18 ปี มีเกณฑ์กำหนดเพดานการรักษาว่าโรคไหนยาชนิดใดเบิกได้เท่าไหร่ หาหมอแล้วโรงพยาบาลไปเบิกเอาจากกรมบัญชีกลาง

ถ้ามีคนโยนประเด็นขึ้นบ้างว่า ข้าราชการควรเสียสละสิทธิการรักษาพ่อแม่หรือบุตรได้บ้างหรือไม่ เช่น ท่านผู้นำเหล่าทัพ ท่านปลัดกระทรวง ควรให้พ่อแม่สละสิทธิสวัสดิการนี้เพื่อประหยัดงบประมาณ เพราะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ก็มีฐานะพอจะรับผิดชอบคนในครอบครัวได้

รับรองข้าราชการออกมาคัดค้านกันจม

แต่ประเด็นนี้ e-ช้าน...ก็ไม่เห็นด้วย เพราะพ่อแม่ที่ออกจากสิทธิสวัสดิการข้าราชการซึ่งเป็น “คนแก่” จะไหลไปอยู่บัตรทองโดยอัตโนมัติ คราวนี้เมื่อ (สมมติ) คนรวยสละสิทธิจากบัตรทองไปครึ่งหนึ่ง แปลว่า อีกปัญหาจะตามมาทันที แม้จะได้ “ค่าหัว” เพิ่ม แต่ก็ไม่คุ้ม เพราะคนเหล่านี้พกสารพัดโรคมาด้วย ทั้งเบาหวาน ความดัน หัวใจ ฯลฯ ซึ่งค่ารักษาแพง

คราวนี้แทนที่จะเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข ก็เหลือเพียงการ “เฉลี่ยทุกข์” ทั้งคนไข้ทั้งโรงพยาบาลเดือดร้อนกันถ้วนหน้าแน่

ขณะที่กองทุนประกันสังคม มีสมาชิกประมาณ 10 ล้านคน เป็นระบบร่วมจ่ายจากนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐ เงินที่ได้มาแบ่งออกเป็น 7 กอง ค่ารักษาพยาบาลตกอยู่ที่ 0.88% กองทุนนี้บังคับผู้ประกันตนต้องเลือกสถานพยาบาลเพื่อใช้สิทธิ 1 แห่ง  ป่วยไข้จะไปเข้าโรงพยาบาลอื่นไม่ได้

ตราบที่ยังเป็นลูกจ้างตามกฎหมายจะสละสิทธิไปอยู่กองทุนอื่นก็ไม่ได้ ยกเว้นจ่ายเงินสมทบไปเรื่อยๆ รอรับเงินชดเชยหลังเกษียณ ถ้าไม่ใช้บริการก็ไปซื้อประกันสุขภาพ แต่การไม่ใช้บริการจะทำให้โรงพยาบาลเอกชนที่รับประกันสังคมได้เงินฟรีไปเต็มๆ

นี่คือภาพรวมระบบสุขภาพคร่าวๆ ซึ่งยังจะต้องปรับปรุงทั้งคุณภาพและมาตรฐานอีกมาก

ข่าวล่าสุด

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย

ทรู ผนึก โค้ก ส่งแคมเปญ “คู่อร่อยซ่าล่าคะแนน” แจกพอยท์ร้านอาหารทั่วไทย