posttoday
กองทุนหุ้นแบบไหนที่ “ใช่” สำหรับคุณ

กองทุนหุ้นแบบไหนที่ “ใช่” สำหรับคุณ

30 เมษายน 2558

“อยากให้เงินลงทุนมีโอกาสเติบโต” “ไม่หวั่นสถานการณ์ผันผวน” เหล่านี้เป็นคุณสมบัติวัดใจแบบพื้นฐานที่จะช่วยสกรีนว่า “กองทุนหุ้น” ใช่ “ทางเลือก” สำหรับคุณหรือไม่

โดย บลจ. แอสเซท พลัส

“อยากให้เงินลงทุนมีโอกาสเติบโต”  “พร้อมลงทุนยาวและมีเงินเย็น”  “ไม่หวั่นสถานการณ์ผันผวน”  “รับได้..ถ้าเงินต้นจะหายกำไรจะหดเป็นบางจังหวะ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว”  เหล่านี้เป็นคุณสมบัติวัดใจแบบพื้นฐานที่จะช่วยสกรีนว่า “กองทุนหุ้น” ใช่ “ทางเลือก” สำหรับคุณหรือไม่

และหากคุณตอบว่า “ใช่” ในการวัดใจ 4 ข้อข้างต้นครบถ้วน ลองถามตัวเองเพิ่มอีกนิดว่า คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ที่สนใจการลงทุนในหุ้น แต่อาจจะยังมีเงินไม่มากพอที่จะกระจายความเสี่ยงไปในหุ้นคราวละหลายๆ ตัว หรือไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะเข้าไปเทรดหุ้นเอง  ยังขาดความรู้ความเข้าใจในสภาวะตลาด ไม่มีเวลาที่จะติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด หรืออาจจะต้องการเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น ถ้ามีสัก 2-3 ข้อที่ “ใช่” ก็พอมั่นใจได้ว่า สำหรับคุณ “กองทุนหุ้น” คงไม่ใช่แค่ “คู่จิ้น” แต่มีแววเป็นคู่แท้ที่ “ใช่” ในการลงทุนระยะยาว

ในตลาดกองทุนรวมปัจจุบันมีกองทุนหุ้นให้เลือกมากมาย และแม้ว่าแต่ละกองทุนจะต้องมีนโยบายการลงทุนในหุ้นด้วยสัดส่วนโดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 65 % ของมูลค่ากองทุน ก็ยังมีความหลากหลายในรายละเอียดของการลงทุนให้ผู้ลงทุนเลือกสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ตามเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของตนเอง ตัวอย่างเช่น

กองทุนหุ้น Active Fund : “ใช่” สำหรับขาลุยที่พร้อมรุก  กองทุนแบบนี้มีสไตล์บริหารเชิงรุก ซึ่งอาศัยความสามารถของผู้จัดการกองทุนในการคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะเข้าลงทุนเป็นหลัก เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนให้เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐาน จึงเหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนสูง ตรงกันข้ามกับกองทุน Passive Fund ซึ่งมุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับเกณฑ์มาตรฐานเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม กองทุน Active Fund อาจมีโอกาสที่จะมีความผันผวนพอสมควร ผู้ลงทุนจึงควรศึกษานโยบายและปรัชญาในการลงทุนที่ชัดเจนของแต่ละกองทุน รวมถึงผลการดำเนินงานย้อนหลังเพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกลงทุน

กองทุนหุ้นต่างประเทศ: “ใช่” สำหรับเก็บเกี่ยวโอกาสจากหุ้นทั่วโลก เป็นโอกาสดีที่ผู้ลงทุนจะได้มีโอกาสลงทุนในหุ้นของภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก และถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้อีกทางหนึ่ง ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น หรือเลือกหุ้นตามภูมิภาคเช่น หุ้นยุโรป หุ้นเอเชีย หรือเน้นการกระจายการลงทุนไปหุ้นหลายภูมิภาคในคราวเดียวเพื่อช่วยจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน (Asset Allocation) เป็นต้น สำหรับผู้ที่รักจะลงทุนในกองทุนหุ้นต่างประเทศ ต้องสำรวจความสามารถในการรับความเสี่ยงเพิ่มเติมในเรื่องความเข้าใจสถานการณ์การลงทุนในแต่ละประเทศ เนื่องจากเป็นการลงทุนในตลาดที่เราไม่คุ้นเคยทั้งสภาพเศรษฐกิจ การเมืองรวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่จะส่งผลต่อตลาดหุ้นก็ถือเป็นความเสี่ยงประเภทหนึ่ง ทั้งยังมีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นอีกความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา เพราะค่าเงินมีโอกาสสร้างกำไรให้เราพอๆ กับที่จะทำให้ขาดทุน  จึงต้องศึกษาด้วยว่ากองทุนนั้นมีการป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินอย่างไร หากผู้ลงทุนไม่อยากเสี่ยงกับอัตราแลกเปลี่ยนอีกก็ควรเลือกกองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน หรือเลือกสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในระดับที่ตนเองรับได้

กองทุนหุ้นแบบ Trigger Fund: “ใช่” สำหรับคนมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทน กองทุนหุ้นแบบนี้ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่คาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนในกรอบระยะเวลาเป้าหมายที่กองทุนกำหนด และเป็นผู้ลงทุนที่มีการติดตามสภาวะตลาดอยู่พอสมควร เนื่องจากโอกาสในการสร้างผลตอบแทนต้องพึ่งการจับจังหวะตลาดเพื่อเข้าลงทุน (Market Timing) อย่างแม่นยำ  กองทุนกลุ่มนี้จะวางเป้าหมายของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) เอาไว้  หาก NAV เพิ่มขึ้นถึงจุดที่กำหนดได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดก็จะปิดกองทุนและจ่ายคืนผลตอบแทนให้ผู้ลงทุน อย่างไรก็ตาม กองทุน Trigger Fund ไม่ได้เป็นกองทุนที่การันตีผลตอบแทน และอาจมีสภาพคล่องต่ำเนื่องจากบางกองทุนไม่ได้เปิดให้ขายคืนในบางช่วง ซึ่งผู้ลงทุนต้องศึกษาเงื่อนไขเพื่อเลือกลงทุนให้เหมาะกับสภาพคล่องที่ตนเองต้องการ

กองทุน LTF และกองทุน RMF ที่เน้นลงทุนในหุ้น: “ใช่” สำหรับคนที่ใส่ใจเรื่องภาษี มีผู้ลงทุนไม่น้อยที่เริ่มทำความรู้จักกับกองทุนหุ้นผ่าน LTF และ RMF เนื่องจากไม่เพียงช่วยให้มีโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นแต่ยังมีสิทธิลดหย่อนภาษีให้ด้วย กองทุน LTF ส่วนใหญ่เน้นลงทุนในหุ้นไทยซึ่งมีความหลากหลายนโยบายให้เลือก เช่น กองทุน LTF ที่เน้นลงทุนหุ้นที่เติบโตสูง (Growth Stock) กองทุน LTF ที่มีการลงทุนผสมในตราสารหนี้เพื่อช่วยลดความผันผวนจากหุ้น หรือกองทุน LTF ที่มีนโยบายจ่ายปันผลซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนคืนระหว่างทาง เป็นต้น ขณะที่กองทุน RMF ที่เน้นลงทุนในหุ้น ปัจจุบันมีให้เลือกทั้งกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยและหุ้นต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุน ควรทำความเข้าใจในเงื่อนไขการลงทุนและเงื่อนไขทางภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวกับ LTF-RMF ประกอบด้วย โดยเฉพาะเงื่อนไขในการขายคืนหน่วยลงทุน โดยกองทุน LTF จะต้องลงทุนนาน 5 ปีปฏิทินจึงจะสามารถขายคืนเงินลงทุนก้อนนั้นๆ ได้ ขณะที่ RMF จะสามารถขายคืนเงินลงทุนได้เมื่อมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ เป็นต้น

กองทุนหุ้นดัชนี (Index Fund): “ใช่” สำหรับการเติบโตไปพร้อมดัชนีตลาดหุ้น เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนีตลาดหุ้น  เช่น SET50 Index ซึ่งหากพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น การลงทุนในกองทุนดัชนีก็เหมือนการได้ลงทุนกับหุ้นที่เป็นองค์ประกอบในการคำนวณดัชนีนั้นๆ โดยไม่ต้องกังวลว่า ผู้จัดการกองทุนจะเลือกหุ้นมาถูกตัวหรือไม่

กองทุนหุ้นตามขนาดหรือกลุ่มอุตสาหกรรม : “ใช่” สำหรับคนที่มองเห็นโอกาสแบบโฟกัส กองทุนกลุ่มนี้อาจเหมาะสำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่มีหุ้นกลุ่มในดวงใจชัดเจน  ซึ่งจะเจาะจงเลือกลงทุนตามขนาดของหุ้น หรือตามกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น กองทุนหุ้นที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) หรือกองทุนที่เน้นหุ้นขนาดกลางและเล็ก (Mid and small cap) ส่วนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เช่น หุ้นกลุ่มธุรกิจพลังงาน หุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หุ้นของบริษัทที่เน้นบรรษัทภิบาล เป็นต้น

ทั้งนี้ นอกจากตัวอย่างของกองทุนหุ้นที่กล่าวไปแล้ว ยังมีสิ่งที่ผู้ลงทุนควรเลือกให้ตรงกับความต้องการของตนเองก็คือ นโยบายการจ่ายปันผล โดยผู้ที่ต้องการผลตอบแทนคืนระหว่างการลงทุน อาจเลือกกองทุนหุ้นที่มีนโยบายจ่ายปันผลไว้เพื่อความอุ่นใจ หรือผู้ที่อาจจะไม่มีเวลาติดตามตลาดเพื่อจับจังหวะการขายทำกำไรด้วยตนเอง กองทุนหุ้นที่มีนโยบายขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (Auto redemption) ก็เป็นทางเลือกที่ “ใช่” และช่วยตอบโจทย์เรื่องการรับผลตอบแทนคืนระหว่างการลงทุนระยะยาวได้อีกทางหนึ่ง

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาลักษณะกองทุน ข้อมูล นโยบายการลงทุน ผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงของกองทุนและคู่มือภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน

กองทุนหุ้นแบบไหนที่ “ใช่” สำหรับคุณ

Advertorial


ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่