posttoday
กล้าไหม

กล้าไหม

24 เมษายน 2558

ภายหลังศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ซึ่งเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว

ภายหลังศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ซึ่งเป็นองค์กรที่เกิดขึ้นตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้นำเสนอรายชื่อข้าราชการพัวพันการทุจริตจำนวน 198 ราย เพื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รับทราบและนำไปแก้ปัญหาต่อไป

บัญชีดำดังกล่าวจากการเปิดเผยของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 118 ราย ในจำนวนนั้นมีผู้บริหารระดับสูง 4 ราย และข้าราชการกรุงเทพมหานคร 3 ราย

เช่นเดียวกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ยอมรับว่า ในส่วนกระทรวงยุติธรรม มีจำนวน 5 ราย เป็นข้าราชการสังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และกรมราชทัณฑ์ ขณะที่กระทรวงอื่นๆ ทยอยเปิดเผยรายชื่อออกมา  

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงคำถามเหมือนกันว่า ถ้าเป็นรัฐบาลพลเรือนทั่วไปจะหาญกล้ารวบรวมรายชื่อข้าราชการสีเทาได้มากมายขนาดนี้ พร้อมกับเปิดแถลงอย่างตรงไปตรงมาในการที่จะส่งรายชื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมได้รวดเร็วเช่นนี้หรือไม่

จริงอยู่ที่รัฐบาลพลเรือนพยายามใส่ใจปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น แต่เป็นไปในลักษณะปรากฏตัวเป็นประธานตัดริบบิ้นตามอีเวนต์มหกรรมความโปร่งใสต่างๆ แต่ในแง่ของการใช้กลไกอำนาจรัฐที่มีอยู่เพื่อขจัดปัญหาคอร์รัปชั่น กลับไม่เห็นผลเด่นชัด

มีเหตุผลหลายประการทำให้ปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ได้รับการแก้ไข นอกจากนิ่งดูดาย หากแต่เป็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจรัฐ คือนักการเมืองกับข้าราชการเอื้อประโยชน์ให้แก่กัน นักการเมืองโกงข้าราชการร่วมโกงจึงไม่กล้าสาวไส้กันเอง

ทุบโต๊ะได้เลย นักการเมือง ข้าราชการที่จะเข้ามามีบทบาทบริหารประเทศครั้งต่อไป ควรศึกษาแบบอย่างเช่นนี้ไว้พร้อมตอบตัวเองให้ได้ว่า “กล้าไหมเมื่อเห็นการทุจริตจะไม่ไว้หน้ากันอีกต่อไป”

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่