
ปรับกลยุทธ์การลงทุนในสภาวะตลาด Sideways
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัญยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก
ราคาทองคำเคลื่อนตัวในกรอบแคบลักษณะ Sideways ระหว่าง 1,190-1,210 เหรียญ ขณะที่ค่าเงินบาทเองปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากระดับ 32.45 บาท/ดอลลาร์ โดยปรับลงมาประมาณ 32.38 บาท/ดอลลาร์ ทำให้ราคาทองคำไทยเคลื่อนตัวในกรอบ 18,300-18,400 บาท/บาททองคำซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงบ้างเล็กน้อยจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ราคาทองคำไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมายังเคลื่อนตัวตามข่าวตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่ประกาศออกมาไม่ดีนัก เช่น ตลาดแรงงานที่แย่ลง โดยในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานเพิ่มขึ้น 12,000 ราย สู่ระดับ 294,000 ราย ทำให้โดยภาพรวมของราคาทองคำจึงเป็นลักษณะเคลื่อนตัวในกรอบแคบดังกล่าว
กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนในทองคำขณะนี้จะมีได้อยู่ 2 รูปแบบ คือ
1) การ Wait & See การหยุดพักรอเพื่อดูความชัดเจนของตลาด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการลงทุนที่เหมาะสำหรับสภาพตลาดที่มีความไม่ชัดเจนและความผันผวนในขณะนี้ ดังนั้นนักลงทุนบางส่วนจึงเลือกเป็นผู้รออยู่นอกตลาด ซึ่งนักลงทุนจะเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมก็ต่อเมื่อมั่นใจต่อทิศทางการลงทุนมากขึ้นเท่านั้น
2) การลงทุนในกรอบตามทิศทาง Sideways โดยเป็นลักษณะการลงซื้อขึ้นขาย ซึ่งเป็นการลงทุนโดยการซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวบริเวณแนวรับ และขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน โดย ณ ขณะนี้ ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบ 1,190-1,210 เหรียญ หากมีการ Breakout ด้านใดด้านหนึ่งจึงจะเริ่มเปลี่ยนเป็นกลยุทธ์ในทิศทางใดทิศทางหนึ่งอีกครั้ง
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้ยังคงไม่มีความชัดเจนใดๆมากนัก โดยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ (23 เม.ย. 58) คาดว่า จะมีคนว่างงานลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 290,000 ราย อย่างไรก็ดี ภาพรวมในรยะยะยาวของทองคำดูจะค่อนข้างทรงตัวได้เหนือระดับ 1,200 เหรียญ
MTS Gold แม่ทองสุก จึงยังวิเคราะห์ว่า โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับสูงขึ้นยังมีสูง โดยหากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกายังคงอ่อนแอ
การบริหารความเสี่ยงใน Gold Futures โดยการทำ Hedging ต่างซีรีย์ ในสภาวะที่ตลาดยังคงเคลื่อนตัวในกรอบแคบ นักลงทุนส่วนหนึ่งจึงอาจจะใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยการใช้วิธี Hedging ต่างซีรีย์ในทิศทางที่กลับข้างกันเมื่อสถานะการลงทุนของเราอยู่ในสภาวะเสียเปรียบ
ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราเปิดสถานะ Long Position ที่ระดับ 1,205 เหรียญ แล้วราคา Gold Futures ตกลงมาหลุด 1,200 เหรียญ การป้องกันความเสี่ยงอีกวิธีหนึ่งแทนที่จะตัดขาดทุนก็อาจจะใช้วิธีการ Hedging ต่างซีรีย์กันใน Gold Futures โดยทำการขายในซีรีย์ถัดไป เพื่อเป็นการล็อคความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่งในช่วงที่เรายังไม่แน่ใจในทิศทางของตลาด และเมื่อเรามีความมั่นใจมากขึ้นกับทิศทางตลาด จึงจะทำการปลดล็อคการ Hedging ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยวิธีการดังกล่าวก็จะช่วยให้เราสามารถบริหารความเสี่ยงของการลงทุนในตลาด Gold Futures ได้ดียิ่งขึ้น
MTS Gold Futures จะมีการจัดสัมมนาอบรมอยู่เรื่อยๆถึงการลงทุนในตลาดทองคำ เพื่อที่จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจถึงการลงทุนที่ถูกต้องและการบริหารพอร์ตที่ดี และหวังใจว่านักลงทุนจะสามารถใช้กลยุทธ์การลงทุนที่ถูกต้องกับจังหวะและโอกาสในการลงทุน รวมทั้งการทำ Leverage ในปริมาณที่เหมาะสมตามสภาพตลาด นักลงทุนที่บริหารความเสี่ยงอยู่เสมอย่อมจะมีกำไรและขาดทุนสลับกันไปมาอยู่เรื่อยๆ แต่ในท้ายที่สุดก็จะสามารถทำกำไรได้ดีกว่านักลงทุนที่ไม่ควบคุมความเสี่ยงเลย
สนใจการลงทุนใน Gold Futures และการลงทุนในตลาด TFEX ที่เป็นตลาดอนุพันธ์ไม่ว่าจะเป็น SET50 Index Futures หรือ Single Stock Futures นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีได้กับบริษัท MTS Gold Futures ซึ่งจะมีฝ่าย Marketing คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา สนใจติดต่อ 02-770-7777







