
อำนาจสร้างสรรค์
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
โดย...ปริญญา ชูเลขา
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกประกาศ คสช. ที่ 6 และที่ 7/2558 โดยใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ย้ายล้างบางผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนใดกล้าทำมาก่อน เป้าประสงค์เพื่อให้ข้าราชการปลดเกียร์ว่าง ใส่เกียร์เดินหน้าสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษา และโชว์การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น
ผลพวงคำสั่งดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือซูเปอร์บอร์ด การศึกษา ต้องการสางปัญหาอำนาจสั่งการที่ทับซ้อนภายใน 5 องค์กรใหญ่ในกระทรวง ที่ทราบดีว่ายากกว่าการปฏิรูปการศึกษาเสียอีก ดังนั้น การย้ายล้างบางครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่าเพื่อจัดระบบระเบียบใหม่ภายใน โดยมีเป้าหมายปฏิรูปการศึกษา 6 แนวทางตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ บัญชาการไว้ อาทิ
1.นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องอ่านออกเขียนได้ 2.ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 สามารถเลือกเรียนวิชาชีพเสริมหรือวิชาเลือกอิสระ 3.ระดับอาชีวศึกษาต้องเชื่อมโยงและส่งเสริมให้มีงานทำ 4.ระดับอุดมศึกษาต้องมีการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ 5.ต้องรองรับการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ และ 6.การผลิตครูทั้งคุรุทายาทหรือครูพันธุ์ใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
จึงทุบโต๊ะว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีเลือกใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อเร่งระยะเวลาและผลสำเร็จ สังคมจึงตั้งความหวังสูงว่าจะแก้ปัญหาการทุจริตและการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาต้องบังเกิดผลเป็นรูปธรรม แต่หากการปฏิรูปการศึกษาไม่สำเร็จ และการทุจริตคอร์รัปชั่นยังกลับมา สุดท้ายสังคมย่อมสบประมาทและย้อนถามนายกรัฐมนตรีว่าใช้อำนาจแบบฉาบฉวยเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้ใช้อำนาจอย่างสร้างสรรค์ตามที่ประกาศไว้







