
จรรยาบรรณเสื่อม
กลายเป็นเรื่องจนได้ กรณีผู้ทรงภูมิปัญญาความรู้จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีท่านหนึ่ง
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
กลายเป็นเรื่องจนได้ กรณีผู้ทรงภูมิปัญญาความรู้จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีท่านหนึ่ง ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าผู้ฝึกสอนและนักฟุตบอลทีมชาติไทยชุดคว้าแชมป์ซูซูกิคัพ 2014
นักวิชาการผู้น่ี้อ้างตนถึงความสามารถด้านกลศาสตร์พยายามนำหลักวิชาการที่ตนสั่งสมไปเทียบเคียงศักยภาพนักฟุตบอลที่ชื่อ ชาริล ชัปปุยส์ ว่ามีดีแค่ความหล่อแต่ยิงประตูไม่เป็น
ขณะที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่าง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โดนหางเลขไปด้วย เมื่อนักวิชาการท่านนี้เขียนข้อความพาดพิงเกินเลยหลักวิชาการด้วยประสาชาวบ้านทำนอง เกียรติศักดิ์พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องไม่ต่างกับเมียเช่าพัทยา
ท่ามกลางบรรยากาศที่ผู้คนต่างแสดงความยินดีกับความสำเร็จทีมชาติไทย แม้จะเป็นการคว้าแชมป์ระดับอาเซียน หากแต่คนที่ติดตามการแข่งขันมาโดยตลอดจะพบปรากฏการณ์หลายอย่างในทีมชาติ ทั้งการปลุกพลังผู้คนให้มีความสามัคคีส่งกำลังใจเชียร์ตัวแทนคนไทย ขณะที่นักฟุตบอลแสดงถึงความไม่ท้อถอยยอมแพ้ง่ายๆ อีกทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชน แต่เมื่ออาจารย์รายนี้วิพากษ์วิจารณ์ทางลบจึงมีผู้คนแสดงความงุนงงสงสัยต่อวิธีิคิดอย่างยิ่ง
ล่าสุด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า อาจารย์ผู้นี้ประพฤติผิดจรรยาบรรณของมหาวิทยาลัยจึงมีมติตักเตือนและให้ยุติการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว
จริงอยู่ทุกคนมีสิทธิแสดงความคิดความอ่าน เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ชอบหรือไม่ชอบทีมฟุตบอลไทย แม้แต่พื้นที่ในโลกโซเชียลมีเดียเปิดกว้างให้แสดงความเห็นต่างๆ อย่างไรก็ได้
แต่พฤติการณ์ของอาจารย์ท่านนี้ สังคมคนปกติสามารถทุบโต๊ะได้เลยว่า ถึงจะมีภูมิปัญญาความรู้แต่ไม่สามารถนำมาใช้กับอีกสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะการหลงลืมกาลเทศะสำนึกแห่งจรรยาบรรณที่ต้องคำนึงให้มากว่าตนเองสวมหมวกอะไรอยู่ด้วย







