
แปลกดีหนอ
เมืองไทยมักจะมีอะไรแปลกๆ ให้เห็นอยู่เสมอ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมืองไทยมักจะมีอะไรแปลกๆ ให้เห็นอยู่เสมอ
เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหว 2 ด้านที่น่าจะเกี่ยวข้องกัน แต่กลับเป็นเรื่องเดียวกันที่เดินกันไปคนละทิศและคนละทาง
เริ่มแรก สภาปฏิรูปแห่งชาติ จัดประชุมระดมความคิดออกแบบอนาคตประเทศไทย
สปช.ประกาศจะวางกรอบแนวทางโดยเน้นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจ การเข้าถึงการศึกษา และการเข้าถึงทรัพยากร
การแก้ปัญหาเหล่านี้มีหลายปัจจัยต้องพิจารณา แต่ที่สำคัญก็คือต้องแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น โดยเฉพาะการกำจัดการทุจริตเชิงนโยบายให้หมดไป
นอกจากนั้นยังจะต้องหาแนวทางการปฏิรูปการเมือง โดยการใช้กฎหมายควบคุมคอร์รัปชั่น การรณรงค์ค่านิยมต่อต้านคอร์รัปชั่น กลไกตรวจสอบการเข้ารับราชการ เปิดเผยข้อมูลภาครัฐ
ส่วนทางการเมืองต้องมีการคัดกรองคนดีเข้าสู่การเมือง การปรับโครงสร้างการเข้าสู่อำนาจการเมืองและการถอดถอนจากตำแหน่ง
นั่นเป็นคำประกาศของ สปช. ที่ดูเหมือนจะเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น
ในอีกด้าน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน แต่ดูจะไม่สอดคล้องกันเสียเลย
พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แสดงความเห็นว่าควรให้เลื่อนการประชุม สนช.เกี่ยวกับการพิจารณากระบวนการถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าวออกไปก่อน จากเดิมที่กำหนดเอาไว้ว่าจะประชุมในวันที่ 12 พ.ย.นี้
เหตุผลก็คือเพื่อให้ความเป็นธรรมยิ่งลักษณ์ที่เพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศ จึงยังไม่ได้รับสำนวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จาก สนช.ไปศึกษา
พีระศักดิ์อ้างว่าเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม สนช. ที่ต้องมีการส่งสำนวน ป.ป.ช. ให้ผู้ถูกกล่าวหาศึกษาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนการประชุมนัดแรก
อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาถอดถอนทั้งหมด คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. (วิป สนช.) จะพิจารณาในวันนี้ ว่าจะให้เลื่อนประเด็นการถอดถอนออกไปอีกหรือไม่
นี่แหละเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่สะท้อนการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในซีก สนช. ที่ดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วยสารพันปัญหามาตลอด
ถึงบอกแล้วว่า บ้านเมืองเรามีเรื่องประหลาดให้เห็นเสมอๆ จนทำให้อดหวั่นใจไม่ได้
ปฏิวัติครั้งนี้ดูไปดูมามันทำท่าจะเสียของ







