
ปรองดอง?
ไม่น่าเชื่อนะครับว่าแม้ คสช.จะยึดอำนาจมานานกว่า 4 เดือน จนกระทั่งมีรัฐบาล มีรัฐธรรมนูญ รวมถึงมี สนช. จนเดินหน้าเข้าสู่โหมด “ปฏิรูป” เต็มตัวแล้ว
โดย...คุณบ๊งเบ๊ง
ไม่น่าเชื่อนะครับว่าแม้ คสช.จะยึดอำนาจมานานกว่า 4 เดือน จนกระทั่งมีรัฐบาล มีรัฐธรรมนูญ รวมถึงมี สนช. จนเดินหน้าเข้าสู่โหมด “ปฏิรูป” เต็มตัวแล้ว ก็ยังยืนกรานห้ามไม่ให้คนที่เห็นต่างได้มีช่องทางแสดงความคิดเห็นผ่านเวทีสาธารณะ
แม้แต่คนระดับ ศ.ดร.จะพูดเรื่องเผด็จการในต่างประเทศ เช่น “เผด็จการมาร์กอส” ของฟิลิปปินส์ หรือเผด็จการในแอฟริกา ว่ากระบวนการเริ่มต้นเป็นอย่างไรและมีจุดจบอย่างไร คสช.ท่านยังเอาตำรวจมาสั่งให้หยุดเสวนาแล้วเชิญไปโรงพัก
วันถัดมา คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. (และ ผบ.ทบ.) ยกเหตุผลการเลิกจัดเสวนาว่า เพราะการเสวนาอาจนำไปสู่ความแตกแยกได้ รวมถึงยังสำทับด้วยความภาคภูมิใจอีกว่าตัวเองไม่ได้เป็นนักการเมือง และไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
ถึงตอนนี้ ผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าการเรียนรู้ข้อผิดพลาดของเผด็จการซูฮาร์โต หรือเผด็จการ อีดี้ อาร์มิน จะทำให้สังคมไทยแตกแยกได้อย่างไร เพราะในช่วงที่คุณทักษิณ ชินวัตร เรืองอำนาจ ผมก็ได้ยินคนเปรียบคุณทักษิณกับบุคคลพวกนี้อยู่บ่อยครั้ง
ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ ท่านยังมั่นใจว่าการห้ามเสวนา ห้ามวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นสิ่งถูก และยังขยายผลไปปรามสื่อไม่ให้วิพากษ์ต่อ ราวกับว่ารัฐบาลของท่านอยู่เหนือทุกเสียงวิจารณ์ใดๆ
คุณประยุทธ์ต้องไม่ลืมนะครับ ว่าสถานะของท่านตอนนี้คือ “รัฐบาล” ซึ่งตลอด 30 ปีมานี้ ตั้งแต่ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นต้นมา ทั้งคนธรรมดา นักวิชาการ หรือสื่อมวลชน สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเสรีและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วง 10 ปีให้หลังมานี้ ก็ไม่ได้เกิดจากการที่วงเสวนา หากแต่เกิดจากการใช้อำนาจของตัวรัฐบาลมากกว่า
ในสภาพรัฏฐาธิปัตย์ที่ไม่ได้มาจากเสียงประชาชน ไม่มีฝ่ายค้าน และยังมีกฎหมายคุ้มครอง ยิ่งต้องเปิดโอกาสให้คนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบการใช้อำนาจให้มากที่สุด ซึ่งหากจะล้ำเส้นไป ท่านก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครองอยู่แล้ว
ไม่มีหรอกครับ ที่คนทุกคนในประเทศจะหลับหูหลับตาฟังท่านผู้นำอย่างเดียว บอกให้ปรองดองก็ทำ บอกให้เลิกขัดแย้งก็เลิก บอกให้ปฏิรูปก็เดินตาม เพราะกระบวนการสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นทุกวี่ทุกวัน
หากปรองดองคือการพูดคนเดียว หากการปฏิรูปเกิดจากการส่งเสียงเชียร์อย่างเดียว และหากประชาธิปไตยสมบูรณ์คือการห้ามวิพากษ์วิจารณ์ ผมก็เห็นอนาคตของประเทศนี้แล้วว่าจะไม่ต่างกับเรื่อง Back to the future ย้อนกลับไปเมื่อ 56 ปีอีกครั้ง แล้วอาจจะรุนแรงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ อย่างที่คุณประยุทธ์คาดไม่ถึง
ผมเชื่อว่าท่านเองก็รู้ดี แต่อาจยังยึดติดกับการที่ตัวเอง “ไม่ใช่นักการเมือง” ทว่าต้องไม่ลืมนะครับ เผด็จการทั่วโลกที่เริ่มต้นอย่างสวยหรู และถูกโค่นจากพลังประชาชนในที่สุดนั้น ก็ไม่มีใครที่เป็นนักการเมืองเลยสักคน







