posttoday
คุณกำลังโกหกตัวเองเกี่ยวความเป็นต่อในชีวิตหลังการเกษียณหรือไม่

คุณกำลังโกหกตัวเองเกี่ยวความเป็นต่อในชีวิตหลังการเกษียณหรือไม่

13 สิงหาคม 2557

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP® นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเข้าร่วมฟังสัมมนา  เกี่ยวกับ Target Date Fund ซึ่งเมื่อฟังเสร็จแล้ว ทำให้ผมมีความรู้สึกเหมือนกับสิ่งที่ผู้กำหนดนโยบายและอุตสาหกรรมการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหลาย กำลังทำเหมือนกับเพียงจัดเก้าอี้บนเรือ Titanic ใหม่เท่านั้นเอง ตามการคำนวนของผมอย่างคร่าวๆ นิสิตใหม่ที่เพิ่งจบปริญญาตรีและเริ่มต้นได้รับเงินเดือน จำนวน 15,000 บาทต่อเดือน จะต้องมีเงินสูงถึง 30 ล้านบาทเมื่ออายุครบ 60 ปี เพื่อใช้สำหรับชีวิตหลังเกษียณ โดยมีสมมติฐานว่า เขาจะได้รับเงินเดือนขึ้นร้อยละ 5 ต่อปี และจะมีอายุถึง 85 ปี จำนวนเงิน 30 ล้านบาท ไม่ได้เป็นตัวเลขที่ผมพิมพ์ผิดหรอกครับและสิ่งที่น่าเศร้าก็คือแนวทางที่คนส่วนมากเลือกลงทุน

สำหรับการออมเพื่อการเกษียณในปัจจุบัน ไม่ว่าจะทราบหรือไม่ว่า เครื่องมือการลงทุนต่างๆ มักจะได้ผลตอบแทนติดลบ ภายหลังจากที่ได้นำอัตราเงินเฟ้อเข้ามาคำนวนด้วย ดังนั้นเงินจำนวน 30 ล้านบาทนั้นเป็นเพียงแค่ความฝันของคนส่วนมาก

ถึงแม้ว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนประกันสังคม มีขึ้นมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่ไม่มีกองทุนไหนที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาของบำเน็จบำนาญที่เราเผชิญในปัจจุบัน เพียงร้อยละ 13 ของมูลค่ารวมของกองทุนดังกล่าว ถูกนำไปลงทุนในตราสารทุน และส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนในพันธบัตรและตราสารหนี้ พูดง่ายๆ คือ พวกเราหลายคนจะไม่มีทุนพอที่จะใช้ในช่วงชีวิตหลังการเกษียณ ยกเว้นในกรณีที่การจัดสรรหลักทรัพย์ต่างๆ จะต้องได้รับการปรับปรุงอย่างหนัก จากร้อยละ 13 เป็นประมาณร้อยละ 70 ที่จะนำไปลงทุนตราสารทุน

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ดังกล่าว ถึงแม้ว่าจำเป็น จะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากมีความเข้าใจไม่เพียงพอเกี่ยวกับการลงทุนโดยคนทั่วไป   เพราะฉนั้นการจัดตั้ง Target Date Funds (TDFs) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยโดย ก.ล.ต. จึงเป็นการก้าวไปข้างหน้าในทิศทางที่ถูกต้อง กล่าวคือ TDF จะนำเงินออมสำหรับการเกษียณของคุณไปลงทุนในกลุ่มตราสารทุน และพันธบัตร ที่มีความหลากหลาย โดยความหลากหลายจะขึ้นอยู่กับกำหนดการเกษียณของคุณ เมื่อคุณอายุยังน้อยและมีเวลาอีกนานก่อนที่คุณจะเกษียณ กองทุน TDF จะนำเงินของคุณไปลงทุนในหุ้นเพื่อการเติบโต และเมื่อคุณใกล้กับการเกษียณ กองทุน TDF จะเลือกที่จะลงทุนในพันธบัตรมากขึ้น เพื่อความปลอดภัย

กองทุน TDF เป็นทางเลือกที่คนใช้มากในสหรัฐฯ แทนที่จะจัดทำ พอร์ทการลงทุน โดยใช้การลงทุนในหลายรูปแบบ เพื่อให้นักลงทุนสามารถจะได้ผลตอบแทนตามแผนที่วางไว้ นักลงทุนเพียงแค่ต้องเลือกเพียงกองทุนเดียวที่คิดว่าจะสามารถทำผลตอบแทนตามที่เขาวางแผนไว้  ผู้จัดการกองทุนก็จะปรับแต่งหลักทรัพย์ของกองทุนในแต่ละปี เพื่อให้กองทุนสามารถดำเนินตามแผนที่วางไว้ และให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการในปีที่นักลงทุนต้องการ ตัวอย่างคือ คนทำงานที่ยังมีอายุน้อย และหวังที่จะเกษียณในปี พ.ศ. 2593 ก็จะเลือกกองทุน TDF ที่มีเป้าหมายสำหรับปี พ.ศ. 2593 ในเวลาเดียวกัน คนทำงานที่มีอายุมาก และกำลังจะเกษียณในปี พ.ศ. 2568 ก็จะเลือกกองทุน TDF ที่มีเป้าหมายสำหรับปี พ.ศ. 2568 เนื่องจากมีระยะเวลาการลงทุนที่ยาวกว่า กองทุน พ.ศ. 2593 น่าจะเลือกลงทุนในตราสารทุนมากกว่า โดยมีเพียงเศษส่วนน้อยที่จะนำไปลงทุนในพันธบัตรและเงินสด แต่กองทุน พ.ศ. 2568 ก็น่าจะเน้นลงทุนในพันธบัตรและเงินสด มีส่วนน้อยจะลงทุนในหุ้น เพื่อจะมีความเสี่ยงน้อยลง

ถึงแม้ว่าผู้สนับสนุนกองทุน TDF จะมองว่าทำให้นักลงทุนมีความสะดวก โดยนำเงินไปลงทุนในกองทุนที่ดำเนินการโดยอัตโนมัติ กลุ่มผู้คัดค้านกองทุน TDF มักจะพูดว่า ไม่มีทางเลือกไหนที่สามารถเหมาะสมได้สำหรับทุกคน ประการแรก เป็นการคาดเดาว่าเมื่อนักลงทุนมีอายุครบ 65 จะมีฐานะหรือความต้องการที่เหมือนกันทุกคน ซึ่งก็ไม่เป็นเช่นนั้น กลุ่มบุคคลที่ยังทำงานแบบ part-time ภายหลังจากที่เกษียณแล้ว หรือกลุ่มบุคคลที่มีการออมเงินในพันธบัตรหรือเงินสด มักจะสามารถรับความเสี่ยงได้สูงกว่า และน่าจะมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนที่สูงกว่า ในเวลาเดียวกัน กลุ่มบุคคลที่มีเงินออมน้อย และมักจะมีโอกาสสูงกว่าที่จะต้องใช้เงินออมเพื่อการเกษียณเร็วขึ้น อาจต้องการที่จะลงทุนในพันธบัตรมากกว่า นอกจากนี้ กองทุนที่มีเป้าหมายช่วงเวลาเดียวกัน อาจมีระดับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการลงทุนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริษัทจัดการกองทุนไหนเป็นผู้บริหารกองทุนดังกล่าว

ในหลักการ คุณควรจะคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ ในการเลือกกองทุน TDF

1.กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active) หรือเชิงรับ (Passive) กองทุน TDF มักจะเป็นการรวมของกองทุนย่อย กองทุนต่างๆ เหล่านี้ อาจเป็นเพียง index fund (กองทุนเชิงรับ) หรือเป็นกองทุนเชิงรุก active funds ทั้งหมด หรือเป็นสัดส่วนผสมของกองทุนทั้งสองแบบ แต่ต้องมั่นใจว่า กองทุนเชิงรุกจะต้องมีผลประกอบการในระยะยาวที่สูงกว่ามาตรฐานการดำเนินการของกองทุนลักษณะดังกล่าว

2.ค่าธรรมเนียม เนื่อจากค่าธรรมเนียมจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทน คุณควรจะคำนึงถึงค่าธรรมเนียมในการเลือกกองทุน TDF  หากคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมแพงขึ้นร้อยละ 0.8 กองทุนของคุณจะต้องมีผลตอบแทนสูงขึ้นร้อยละ 0.8 เพื่อไม่ให้คุณเสียเปรียบ ในส่วนตัว ผมจะเลือกกองทุน TDF ที่มีค่าธรรมเนียมต่ำ และลงทุนตามดัชนี หรือในเชิงรับ อาทิ กองทุนที่ติดตามดัชนี อาทิ ดัชนี SET-50 หรือ ดัชนี S&P Index ของบริษัทที่มีขนาดใหญ่สุด 500 บริษัทในสหรัฐฯ

3.ขนาดของกองทุน ก่อนที่จะลงทุนในTDF คุณควรจะทำการตรวจสอบความเป็นไปได้ที่กองทุนของคุณอาจจะถูกบังคับให้ปิดหรือเข้ารวมกับกองทุนอื่นเนื่องจากขนาดสินทรัพย์ที่มีขนาดเล็กเกินไป

4.เส้นทางการลงทุน หากคุณมีเงินออมนอกกองทุน TDF มากพอสมควร อัตราส่วนการลงทุนในตราสารทุนที่น้อยลงอาจจะเหมาะสม  หากคุณไม่เลือกที่จะทำเช่นนั้น คุณอาจต้องยอมรับความผันผวนที่จะมาพร้อมกับการลงทุนในเชิงรุก กฏที่ต้องจำไว้ คือ นำอายุของคุณมาลบจาก 100 คำตอบจะเป็นสัดส่วนของตราสารทุนในพอร์ทการลงทุนของคุณ อาทิ เมื่อคุณมีอายุ 40 ปี คุณควรมีตราสารทุนในพอร์ทการลงทุนได้สูงถึงร้อยละ 60 (100-40)

5.การกระจายความเสี่ยงอย่างกว้าง การกระจายพอร์ทการลงทุนจะลดความเสี่ยง คุณควรจะศึกษาสัดส่วนของหลักทรัพย์ในกองทุน TDF อย่างรอบคอบ การที่มีตราสารทุน หรือพันธบัตรต่างชาติ จะเป็นสิ่งที่ดีและจะช่วยในการลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่