
อุ้มบาป
กลายเป็นข่าวโด่งดังสำหรับกรณีอุ้มบุญ รับจ้างอุ้มท้องแบบผิดกฎหมายให้กับผู้ที่อยากมีลูก ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นข่าวโด่งดังสำหรับกรณีอุ้มบุญ รับจ้างอุ้มท้องแบบผิดกฎหมายให้กับผู้ที่อยากมีลูก ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ
แน่นอนที่สุด การอุ้มบุญนั้นต้องตามมาด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ ทำเป็นระบบ
นี่แหละ คือภาพสะท้อนแพทย์พาณิชย์อย่างชัดเจน ที่ต้องการสร้างผลกำไร เนื่องจากคนที่ต้องการลูก แต่ไม่มีลูก เมื่อจะใช้บริการอุ้มบุญก็ต้องมีเงินเพียงพอ
ความจริงแล้วการให้บริการสำหรับผู้มีบุตรยาก คือธุรกิจทองของสถานพยาบาลมาโดยตลอด
แต่สิ่งที่น่าวิตกก็คือ การให้ความรู้กับผู้ที่มีบุตรยากกลับน้อยเต็มทน โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับความเสี่ยงของลูกที่จะมีปัญหาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มบุญ หรือด้วยวิธีอื่น
ว่ากันว่าสถานพยาบาลบางแห่ง ที่ให้บริการผู้มีบุตรยาก เมื่อมีการผสมเทียม เด็กหลอดแก้ว ฯลฯ ไปแล้ว จะรีบเปิดหรือขยายอีกแผนกทันที นั่นก็คือการรักษาเด็กสมาธิสั้น เด็กพิเศษมีปัญหาด้านพัฒนาการ
สาเหตุเพราะเด็กที่เกิดมาแบบผิดธรรมชาติ มีความเสี่ยงจะเกิดความผิดปกติมากกว่าเด็กทั่วๆ ไป
ทั้งหมดมาจากเหตุ ปัจจัย โดยธรรมชาติเป็นผู้คัดกรอง ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ถ้าไม่แข็งแรง ย่อมให้กำเนิดบุตรไม่ได้ แต่เมื่อใช้วิทยาศาสตร์เข้าไปฝืนก็ต้องมีปัญหาตามมา
ที่อังกฤษเคยมีการศึกษา โดยมาร์โจ-ริตตา จาร์เวลิน กุมารแพทย์จากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน ร่วมกับนักวิจัยฟินแลนด์ ทำการศึกษาเด็กชายหญิงเกือบ 900 คน โดย 1 ใน 3 ปฏิสนธิจากเทคโนโลยีบำบัดผู้มีลูกยาก
ผลการศึกษาปรากฏว่า เด็กที่ปฏิสนธิจากการผสมเทียมในหลอดแก้ว (ไอวีเอฟ) ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่าเด็กคนอื่นๆ ที่มีรุ่นราวคราวเดียวกัน และมีแนวโน้มเป็นโรคเกี่ยวกับสมองและระบบภูมิคุ้มกัน
นอกจากนั้น เด็กหลอดแก้วมีแนวโน้มผิดปกติตั้งแต่แรกเกิด เช่น มีปัญหาโรคหัวใจ และเชื่อว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นในการเป็นโรคออทิซึมและโรคสมองพิการ
การวิเคราะห์ประวัติการรักษาพยาบาลของกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ พบว่า เด็กหลอดแก้วเข้าโรงพยาบาลบ่อยกว่า รวมถึงใช้เวลารักษาตัวนานกว่าเด็กทั่วๆ ไป
ทั้งหมดคือความพยายามศึกษาข้อมูล และเผยแพร่ให้ผู้ที่ต้องการมีบุตรยากได้รับรู้เอาไว้ก่อน
แต่เมืองไทยความรู้เหล่านี้มีไม่มากนัก และคงมีความหวังให้กับผู้ที่อยากมีลูก
ผลประโยชน์ธุรกิจกับจริยธรรม เป็นเส้นขนานกันโดยแท้
อุ้มบุญจึงน่าจะกลายเป็นการอุ้มบาปเสียกระมัง







