แรงกระเพื่อม

  • วันที่ 21 ก.ค. 2557 เวลา 15:17 น.

โดย...อสนีบาต

เป็นเรื่องปกติธรรมดาของสังคมเสรีประชาธิปไตย เมื่อมีเสียงชื่นชมต้องมีเสียงก่นด่า  มีแรงต้านย่อมมีแรงหนุน   ไม่อาจทำให้ทุกคนเห็นตรงกันได้ทั้งหมด แต่ทุกความเห็นย่อมมีพื้นที่แสดงออก เสนอแนะซึ่งกันและกัน ภายใต้กรอบกติกากฎหมายที่ทุกคนต้องเคารพปฏิบัติ

เฉกเช่นการขับเคลื่อนการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในการจัดระเบียบสังคมขณะนี้  แม้ผลโพลสำรวจออกมาส่วนใหญ่ตอบรับคสช.หาญกล้าเข้ามาจัดระเบียบ แต่ขณะเดียวกัน ฝ่ายเสียผลประโยชน์ เริ่มออกอาการหงุดหงิด กลายเป็นแรงกระเพื่อมเล็กๆ เขย่า คสช.

เช่น การจัดพื้นที่จอดรถตู้สาธารณะให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน หวังลดปัญหาจราจรติดขัด  เสียงบ่นออกมาว่าไม่สะดวกต่อการรับส่งผู้โดยสารบ้าง จัดพื้นที่ไม่ยุติธรรมบ้าง 

การจัดระเบียบจักรยานยนต์รับจ้างด้วยการกำหนดให้สวมใส่เสื้อวินรูปแบบเดียวกัน ปรากฏว่ามีกลุ่มไม่ทราบฝ่ายแปลงสารการตัดเสื้อวินใหม่ เพราะต้องการเปลี่ยนหน้ามาเฟียสีใหม่ เข้ามาเก็บผลประโยชน์ ทำให้ต้องจ่ายแพงขึ้นกว่าเดิม

หรือการเข้าไปควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาล  พวกที่กำลังถูกล้มโควตาใช้เกมใต้ดินปั่นหัวผู้ค้ารายย่อยให้ออกมาโวยวายผ่านสื่อกำลังได้รับผลกระทบรายได้   ต้องเลิกอาชีพขายลอตเตอรี่เพราะ คสช.บ้างเป็นจังหวะเดียวกับที่ กทม. รับลูกคสช. ออกมามาจัดระเบียบพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ โดยให้ผู้ค้าขายลอตเตอรี่ออกจากถนนราชดำเนิน  พ่อค้าแม่ค้าแสดงความไม่พอใจ

เช่นเดียวกับการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย  มีการรวมกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าไม่ยอมคืนพื้นที่บ้างหล่ะ  อ้างว่าปักหลักทำกินเป็นเวลากว่า 10 ปีพื้นที่ดังกล่าวต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของพ่อค้าแม่ค้าโดยปริยายลุกลามเป็นเรื่องการเมืองด้วยการขึ้นป้าย “จะไม่เลือกผู้ว่าฯ กทม.จากพรรคประชาธิปัตย์”

ด้านสื่อสารมวลชนตกอยู่ในบรรยากาศการทำงานอย่างระมัดระวังตัว เมื่อมีคำสั่งคสช. 97/2557 ในการขอความร่วมมือสื่อสารมวลชนทุกแขนง  ในการนำเสนอข่าว โดยเฉพาะถ้อยความที่ขอให้งดเว้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติงานของคสช. เจ้าหน้าที่ของคสช.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากใครฝ่าฝืนถึงขั้นสั่งระงับทันที  จึงมีการรวมตัวร้องเรียน   

ขณะที่พื้นที่ท้องถิ่น เกิดแรงกระเพื่อมเช่นกัน   อันเป็นผลจากคำสั่งคสช.ให้พักการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นที่กำลังจะหมดวาระไว้ก่อน โดยใช้ระบบตั้งกรรมการสรรหา ซึ่งทำให้มีการตีความเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย

แรงกระเพื่อมเหล่านี้ ปรากฎขึ้นเป็นหย่อมๆ หากปล่อยไปอาจก่อตัวเป็นแรงต้านทางการเมืองทรงพลังขึ้นมาได้

ขณะที่คสช. เหมือนเริ่มรับรู้สัญญาณบางอย่าง ดังปรากฎข่าวเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 57  นำเสนอว่า "ที่ประชุมติดตามสถานการณ์ทั่วไปและรับทราบรายงานความคืบหน้าในการปฏิบัติงานของฝ่ายต่างๆ ตามนโยบายของหัวหน้า คสช.ได้สั่งให้ติดตามข่าวสารทางโซเซียลเน็ตเวิร์กอย่างใกล้ชิด เนื่องจากขณะนี้มีการโพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันและได้มีกลุ่มบุคคลรวมตัวหลายกลุ่มพยายามออกมาต่อต้านการทำงานของ คสช. ซึ่งทางคสช.จะเร่งดำเนินการติดตามตัวมาปรับทัศนคติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายรวมตัวเป็นกลุ่มใหญ่" 

ผู้ถูกจัดระเบียบ มีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์   มีทั้งความเข้าใจผิดหลายอย่าง  มีทั้งได้รับข่าวสารบิดเบือน     บางฝ่ายอ้างเหตุผลข้างๆคูๆ  ผู้ค้าอ้างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์พื้นที่ริมฟุตบาท ทั้งๆที่ข้อเท็จจริง เป็นพื้นที่มีกฎหมายควบคุม  ให้ประชาชนได้สัญจรไปมา ไม่ได้เป็นของใครคนใดคนหนึ่ง  

กรณีพักเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นโดยใช้ระบบสรรหาก็มีความเข้าใจผิดๆ ว่าต่อไปนี้ให้ข้าราชการเข้ามากุมสภาพไม่เหลือแล้วซึ่งระบบตัวแทนตามระบอบประชาธิปไตย  ซึ่งกลับไปพิจารณาถ้อยแถลง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา จะเข้าใจถึงเหตุผลสำคัญที่ต้องมีระบบสรรหา เพื่อรักษาบรรยากาศบ้านเมืองให้อยู่ในความสงบตามแผนของการเดินหน้าปฏิรูปประเทศที่กำลังเดินสู่ระยะสอง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรการเลือกตั้งทุกระดับต้องเกิดขึ้นอยู่ดี

การสร้างสังคมให้มีระเบียบวินัย เคารพกฏหมาย  เพื่อประโยชน์สุขต่อประชาชนโดยรวม จึงต้องหมั่นอธิบายทำความเข้าใจ เพื่อลดแรงกระเพื่อมเล็กๆไม่ให้ขยายตัวบานปลาย