
ควรทำอย่างไรดี หากต้องเกษียณก่อนกำหนด (1)
โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
โดย...ธีระ ภู่ตระกูล CFP นายก สมาคมนักวางแผนการเงินไทย
เราสามารถแบ่งกลุ่มคนทำงานออกเป็น 3 ประเภท กลุ่มแรก คือ คนที่ทำงานเพราะต้องการเงินขณะเดียวกันก็มีความสุขกับงานที่ทำด้วย กลุ่มที่สอง เรียกได้ว่า ทำงานฆ่าเวลา เพราะทำงานทั้งที่ไม่ได้มองที่ตัวเงินเป็นหลักแต่ทำงานเพื่อเข้าสังคมกับคนที่ทำงานและใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ กลุ่มสุดท้ายเป็นคนที่ไม่มีความสุขกับการทำงาน แต่จำเป็นต้องทำงานทั้งที่ไม่อยากทำเพราะต้องการเงิน ด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งหากเก็บเงินได้มากพอก็จะเลิกทำงานทันทีโดยไปทำอย่างอื่นที่อยากทำและมีความสุขมากกว่า คนส่วนใหญ่นั้นจัดอยู่ในสองกลุ่มแรกซึ่งเป็นประเภทที่คาบช้อนเงินมาเกิด ได้รับสิทธิพิเศษและทำงานอย่างผ่อนคลายมีความสุข
ส่วนกลุ่มสุดท้ายนั้นโดยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยคนที่มีความสามารถสูง ประสบความสำเร็จในชีวิต และไม่มีปัญหาด้านการเงิน โดยสามารถเกษียณตัวเองก่อนกำหนดได้เพื่อไปทำอย่างอื่นที่สนใจ แต่น่าเสียดายที่การเกษียณก่อนกำหนดของคนจำนวนมากไม่ใช่สิ่งที่กำหนดเองได้เสมอไป เช่น คนที่สุขภาพไม่ดี หรือบริษัทลดจำนวนพนักงาน ล้วนเป็นเหตุให้คนจำนวนหนึ่งในช่วงอายุ 40 – 50 กว่าปีต้องตกอยู่ในสภาพเกษียณก่อนกำหนดอย่างไม่ตั้งใจ
การวางแผนเพื่อการเกษียณจึงไม่ใช่เรื่องที่ท้าทายอีกต่อไปเพราะการเกษียณก่อนกำหนดอย่างไม่ตั้งใจและไม่ได้วางแผนล่วงหน้าส่งผลกระทบด้านลบอย่างรุนแรงต่อความนับถือตัวเองและเงินในกระเป๋า การเกษียณก่อนกำหนดไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้หากคุณรู้จักวางแผนล่วงหน้า แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คนที่ต้องการเกษียณก่อนกำหนดต้องเก็บเงินได้มากกว่าคนที่เกษียณปกติทั้งที่มีเวลาสำหรับการออมน้อยกว่า ในบทความนี้จะชี้ให้เห็นถึงอุปสรรคสำคัญที่ท่านจะต้องเอาชนะให้ได้
ไม่ใช่ทุกคนที่อยากเกษียณก่อนกำหนด บางคนต้องเกษียณก่อนกำหนดโดยภาวะจำยอม จากการสำรวจในสหรัฐ ปี1997 พบว่า 44 % ของผู้ที่เกษียณอายุ ณ ขณะนั้นจำเป็นต้องเกษียณก่อนกำหนดด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
• 65% ระบุว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวบริษัทรวมถึงการลดขนาดและปิดกิจการ
• 41% แจ้งว่าสุขภาพมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจ
• 62% ชี้ว่าตนเองเป็นคนโชคดี แม้ว่าจะไม่ได้วางแผนไว้ก่อนแต่เพราะสามารถเลือกได้จึงเลือกที่จะเกษียณก่อนกำหนด
สถิติดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนผู้ที่กำลังออมเพื่อการเกษียณว่าทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้เสมอ บางทีก็ออกมาดีกว่าที่หวังไว้ แต่ปกติมักจะเป็นไปในทางเลวร้ายกว่าที่คิดเสียมากกว่า
คุณควรรับข้อเสนอให้เกษียณก่อนกำหนดหรือไม่ บางครั้งบริษัทพยายามตัดค่าใช้จ่ายโดยการยื่นข้อเสนอให้เกษียณก่อนกำหนด การตัดสินใจจะรับข้อเสนอหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการต่อไปนี้
• คุณเคยพิจารณาที่จะเกษียณก่อนกำหนดมาก่อนที่จะได้รับข้อเสนอหรือไม่ ?
• คุณสามารถหางานอื่นได้หรือไม่ ?
- คุณสะสมเงินออมเพื่อการเกษียณได้มากพอหรือยัง
- ข้อเสนอให้เกษียณก่อนกำหนดน่าสนใจหรือไม่
• หากท่านรับข้อเสนอให้เกษียณก่อนกำหนดจะมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของท่านอย่างไรบ้าง
• หากท่านไม่รับข้อเสนอให้เกษียณก่อนกำหนด ท่านมีแนวโน้มจะถูกให้ออกด้วยเงื่อนไขที่แย่กว่าหรือไม่
บางทีปัญหาที่ยากลำบากที่สุดเกี่ยวกับการเกษียณก่อนกำหนดคือการมีระยะเวลาในการออมลดลง คนที่ทำงานจนถึงเกษียณอายุโดยหลีกเลี่ยงการว่างงานได้ซึ่งโดยทั่วไปอายุ 65 ปีจะมีระยะเวลาในการทำงาน 40 – 45 ปี ระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการออมเพื่อการเกษียณ ตัวอย่างเช่น หากท่านเริ่มทำงานเมื่ออายุ 22 ปี และเกษียณเมื่ออายุ 65 ปี ด้วยเวลา 43 ปีในการทำงาน หากท่านออมอย่างสม่ำเสมอท่านจะมีเงินก้อนจำนวนมากพอสมควรทีเดียว การจัดสรรเงินเพียง 10,000 บาทต่อเดือนลงทุนในกองทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเช่นกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวโดยได้ผลตอบแทน 10 % ต่อปี เมื่อท่านอายุ 65 ปี ท่านจะมีเงินถึงประมาณ 71.2 ล้าน และหากท่านออมในลักษณะเดียวกันนี้แต่เกษียณเมื่ออายุ 55 ปี ท่านจะมีเงินเพียง 26.8 ล้านบาท
(ติดตามตอนต่อไปสัปดาห์หน้า)







