
รหัสลับพาเรโต
ผลการสำรวจของดุสิตโพลที่ประเมินผลงาน 1 เดือน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นสิ่งที่มีนัยสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ผลการสำรวจของดุสิตโพลที่ประเมินผลงาน 1 เดือน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นสิ่งที่มีนัยสำคัญและน่าสนใจอย่างยิ่ง
เพราะกลุ่มตัวอย่างให้คะแนน คสช. 8.82 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 หรือเท่ากับได้คะแนนไปถึง 88.2% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก
และหากจะนำเอาหลักการของพาเรโต (Pareto Principle) มาอธิบายก็จะให้ภาพกระจ่างชัด
พาเรโต เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอิตาลี ที่นำเอาปรากฏการณ์ทางสังคมมาอธิบายด้วยหลัก 80/20 นั่นก็คือสิ่งที่ปรากฏขึ้น 80% มาจากสาเหตุเพียงแค่ 20%
ตัวอย่างเช่นความมั่งคั่งของอิตาลี 80% มาจากกลุ่มคนเพียง 20%
หลักการของพาเรโตนำไปประยุกต์ใช้มากมายในแวดวงต่างๆ อาทิ ยอดขายของบริษัท 80% มาจากกลุ่มลูกค้าสำคัญ 20% ปัญหาของเสียในการผลิต 80% มาจากสาเหตุเพียง 20%
และสำหรับ คสช. ตามหลักพาเรโต คะแนนนิยมที่ได้มามากกว่า 80% เกิดจากความชื่นชอบของประชาชนในเรื่องที่ทำเพียงไม่กี่เรื่องเท่านั้น
ไม่เชื่อก็ลองไปดูผลสำรวจความนิยมชมชอบ คสช.มาจากสาเหตุ หลักๆ คือบรรยากาศบ้านเมืองดีขึ้น สงบสุข กับการใช้อำนาจหน้าที่อย่างเหมาะสม รวดเร็ว เด็ดขาด โดยเฉพาะการจ่ายเงินจำนำข้าว
นี่แหละ คือการอธิบายตามหลัก 80/20 ของพาเรโต
และสิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นก็คือการใช้หลักพาเรโต เพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมืองในการขับเคลื่อนประเทศ
เพราะหลักกฎหมายหัวใจสำคัญของการปฏิรูประเทศก็คือการได้รับความเห็นชอบ ไว้เนื้อเชื่อใจจากคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศ เพื่อทำให้ประชาชนกลุ่มน้อยที่เหลืออยู่ยอมรับตาม
จอห์น ล็อก นักปรัชญาชาวอังกฤษ กล่าวเอาไว้ว่าผู้ปกครองต้องได้รับการยอมรับจากผู้ใต้ปกครอง และหลักกฎหมายต้องเกิดจากความยินยอมร่วมกันของคนในสังคม เพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการจำแนกสิ่งผิด สิ่งถูก เป็นหลักในการตัดสินข้อพิพาทหรือกระทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
เมื่อ คสช.ได้รับความนิยมมากเกิน 80% ย่อมสามารถใช้แรงสนับสนุนเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เป็นแรงเหวี่ยงสำคัญที่จะทำให้เกิดความสำเร็จ
เพียงแต่ว่าอย่าลืมรหัสพาเรโต
นั่นคือการทุ่มทรัพยากรลงไปในการแก้ไขปัญหาหลักของประเทศเพื่อสร้างผลงานและการยอมรับ แทนที่จะสูญเสียทรัพยากรไปในส่วนอื่นๆ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่มีผลต่อสถานการณ์ทั้งหมด
กฎ 80/20 สร้างผลที่น่าอัศจรรย์ให้เห็นเสมอ







