
ยันต์กันผี
นโยบายเศรษฐกิจของคณะคนเสื้อเขียว ประกาศจะไม่เอาประชานิยมโดยตัวอย่างที่จะเห็นชัดคือนโยบายจำนำข้าว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
นโยบายเศรษฐกิจของคณะคนเสื้อเขียว ประกาศจะไม่เอาประชานิยมโดยตัวอย่างที่จะเห็นชัดคือนโยบายจำนำข้าว
แนวทางการเลิกประชานิยมถือเป็นการเริ่มต้น แก้ปัญหาทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ
แต่อีกนั่นแหละ การเลิกอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องลงยันต์กันผีด้วย ไม่เช่นนั้นประชานิยมจะกลับมาหลอกหลอนอีก
และคงต้องใช้สารพัดวิธี แต่หลักๆ ก็จะต้องมีกฎหมายออกมาควบคุม ก่อนการตั้งท้องประชานิยมและหลังคลอด
ก่อนตั้งท้อง ต้องควบคุมพรรคการเมืองห้ามใช้ประชานิยมผลาญภาษี ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ใช้ไปสูญเปล่า ฯลฯ ในการหาเสียง
บางนโยบายที่อาจใกล้เคียงกับประชานิยม แต่เกี่ยวพันกับความจำเป็นพื้นฐาน อาทิ สวัสดิการสาธารณสุข ฯลฯ และรวมถึงนโยบายสำคัญอื่นๆ จะต้องแสดงข้อมูลถึงงบประมาณในการใช้ เงินที่จะใช้ ผลกระทบต่อระบบภาษี การก่อหนี้
และข้อมูลเหล่านี้ ถือเป็นการสัญญาสาธารณะ ห้ามบิดพลิ้ว หรือหมกเม็ด ไม่เช่นนั้นจะต้องสอบสวนและมีมาตรการลงโทษพรรคการเมือง
สำหรับช่วงหลังคลอด เมื่อพรรคการเมืองเข้ามาเป็นรัฐบาล จำเป็นต้องตรากฎหมายวินัยการเงินการคลังภาครัฐ มาควบคุมการใช้จ่ายของภาครัฐในสารพัดโครงการ
ความจริงในรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 167 วรรค 3 มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการตรากฎหมายการเงินการคลังของรัฐ เพื่อกำหนดวินัยการเงินการคลัง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวางแผนการเงินระยะปานกลาง การจัดหารายได้ การกำหนดแนวทางการทำงบประมาณรายจ่าย ฯลฯ
แต่ทว่าผ่านไปหลายรัฐบาล กลับไม่มีการออกกฎหมายดังกล่าว
เมื่อจะป้องกันประชานิยม รวมไปถึงการทำให้เกิดการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีกฎหมายวินัยการเงินการคลัง เพื่อวางเป้าหมายการคลังทั้งระยะสั้นและระยะกลาง ให้สอดคล้องกันไม่เกิดอาการแหกโค้ง สร้างหนี้ หมกเม็ดไปใช้
กฎหมายวินัยทางการคลังนี้ต้องระบุกรอบวินัยทางการคลังอย่างชัดเจน ทั้งกรอบการขาดดุลงบประมาณ กรอบการก่อหนี้สาธารณะ กรอบการใช้จ่าย การแสวงหารายได้ ภาระการเก็บภาษี ฯลฯ
ที่สำคัญก็คือการรายงานต่อรัฐสภา และเปิดเผยข้อมูลต่อองค์กรอิสระ จนถึงประชาชนเพื่อสามารถตรวจสอบ ติดตามได้
เหล่านี้คือยันต์กันผีประชานิยม ที่ต้องลงอาคมในช่วงปฏิรูปบ้านเมือง
แล้วยัดใส่หม้อถ่วงน้ำอย่ากลับมาเกิดขึ้นอีก







