
ไม่ได้รับเชิญ
จู่ๆ ก็มีปฏิบัติการแทรกแซงยุ่มย่ามกับกิจการภายในของบ้านเมืองเรา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
จู่ๆ ก็มีปฏิบัติการแทรกแซงยุ่มย่ามกับกิจการภายในของบ้านเมืองเรา
เมื่อเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในไทยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดหลักสันติ ใช้การเจรจา ยึดนิติรัฐและประชาธิปไตย
ฟังๆ ดูแล้วเหมือนใครหว่าที่ชอบพูดเช่นนี้เสียจริง
และไม่น่าแปลกใจเลย เมื่อรู้ว่าผู้อยู่เบื้องหลังแถลงการณ์ดังกล่าวคือ นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน ของเขมร
การที่ฮุนเซนก่อพฤติกรรมเช่นนี้ กลายเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการตรวจสอบขึ้นมาทันที
เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานอ้างความเห็นของ คาร์ล ทาเยอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลียว่าท่าทีของฮุนเซน อาจมีแรงจูงใจเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง
เพราะฮุนเซนก็กำลังร่อแร่ โดยฝ่ายค้านยำใหญ่มาราธอนอยู่ในขณะนี้
แถลงการณ์อาเซียนจึงจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้ฮุนเซนตอบโต้กับฝ่ายค้าน
และอย่าลืมอีกเช่นกันฮุนเซน มีสายสัมพันธ์แน่นหนา แอบแฝงกับขั้วอำนาจทางการเมืองในไทยอย่างแน่นแฟ้น
ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ การขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเพียงฝ่ายเดียวของเขมร
ข้อมูล หลักฐานชัดเจนว่า ได้รับการสมยอมจากรัฐบาลไทยในอดีต ภายใต้เหตุผลพิลึกกึกกือต้องการให้ฮุนเซนนำไปใช้เป็นประเด็นหาเสียงในการเลือกตั้ง
ครั้งนั้น ฮุนเซนก็ชนะเลือกตั้งจริงๆ
แต่สิ่งที่ไทยได้รับกลับมาก็คือ ปัญหาอธิปไตยและข้อพิพาทเหนือดินแดนปราสาทพระวิหาร
ไม่เพียงเท่านั้น กองกำลังติดอาวุธที่เคยเข้ามาก่อกวนในไทย ก็มีกระแสข่าวยืนยันเข้าไปฝึกในชายแดนเขมร รวมถึงมีการขนชาวเขมรติดอาวุธเข้ามาไทยเป็นระลอกอีกเช่นกัน
ที่สำคัญเมื่อมีผู้ต้องหาจากฝั่งไทย โดยเฉพาะในคดีความมั่นคง หรือเกี่ยวพันกับคดีการหมิ่นสถาบันก็จะหนีไปตั้งหลักฝั่งเขมร โดยที่ไม่เคยมีการส่งตัวกลับมาได้สักครั้งเดียว
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงได้เห็นการสมประโยชน์ทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างชัดเจน ชนิดที่ไม่ต้องแจกแจงใครเป็นใคร
ทั้งหมดจึงทำให้เกิดการแทรกแซงกิจการภายในอย่างโจ่งแจ้งเรียกได้ว่าเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
แต่ขอเสนอหน้าแส่เข้ามาเอง







